วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"กอร์ปศักดิ์"รุดแจงประกันราคามันชื่นมื่น - เกษตรกรอีสานชี้รัฐเดินถูกทาง/แต่ห่วงทุจริต

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - รองนายกฯ "กอร์ปศักดิ์"
รุดพบเกษตรกรผู้ปลูกมันฯอีสานที่โคราช
แจงโครงการประกันราคาใหม่แทนระบบจำนำ
เผยผลหารือชื่นมื่นเกษตรกรส่วนใหญ่เห็นด้วย
แต่ยังห่วงทุจริตทั้งการสวมสิทธิและฮั้วตัวเลขปริมาณการซื้อขายมันฯ
ระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกร
คาดเปิดเกษตรกรร่วมโครงการประกันราคามันฯได้ไม่เกิน 1 เดือนนี้
ด้านผู้นำชาวไร่มันเห็นด้วยกับโครงการรับประกันราคา
ย้ำรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วเชื่อเกษตรกรได้ประโยชน์

วันนี้ (6 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(อบจ.)นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี (ด้านเศรษฐกิจ)
เดินทางมาติดตามการดำเนินงานแนวทางใหม่ในการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง
ปี 2552/53 ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 14 โดยมีเกษตรกรสมาชิก
สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังภาคอีสานจากจ.
นครราชสีมา,บุรีรัมย์,ชัยภูมิ,อุบลราชธานี และขอนแก่น
รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือและแสดงความคิด
เห็นกว่า 100 คน

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
การเดินทางครั้งนี้เพื่อมาชี้แจงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 27
พ.ค. ที่ผ่านมาในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง
ซึ่งจากนี้ไปจะใช้วิธีการประกันรายได้ขั้นต่ำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันฯ
โดยได้ประกาศราคาขั้นต่ำหัวมันสดฤดูกาลผลิตปี 2552/53 ล่วงหน้ากิโลกรัมละ
1.70 บาท จากการรับฟังความเห็นของเกษตรกรวันนี้ ส่วนใหญ่พอใจ
แต่จะต้องหาวิธีการที่จะทำให้เงินภาษีของประชาชนที่นำมาใช้ในโครงการประกัน
ราคา ไปถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง
ไม่มีการตกหล่นซึ่งโครงการนี้จะทำให้ประหยัดงบประมาณของรัฐไปได้มาก

สิ่งที่มีการเสนอและแสดงความห่วงใยในโครงการดังกล่าวมีหลายประเด็น
แต่เรื่องที่พูดถึงกันมากคือ เรื่องการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
และการสวมสิทธิเกษตรกร
ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าใครไม่มาลงทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนไว้ล่วงหน้าไม่
มีสิทธิเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดต่างๆ
เกี่ยวกับการปฏิบัติจะเร่งสรุปให้แล้วเสร็จภายใน 2
สัปดาห์เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งหนึ่ง
เพื่อจะได้ข้อยุติที่ชัดเจน

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า
การจ่ายค่าชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันราคามันฯ
จะไม่ใช้ราคาของผู้ประกอบการลานมันหรือโรงแป้ง
แต่จะใช้ราคาอ้างอิงที่กรมการค้าภายในประกาศอยู่แล้วทุกสัปดาห์
เพื่อป้องกันเรื่องการฮั้วราคาซื้อขายกันระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ
ส่วนราคากลางนี้จะประกาศทุกสัปดาห์ทุกเดือนหรืออย่างไรจะต้องหาข้อสรุป
เรื่องนี้อีกครั้ง

สำหรับปริมาณผลผลิตมันฯ หรือโควต้าการเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร
นั้น จะดูจากข้อมูลทะเบียนว่าเกษตรกรรายย่อยมีอยู่จำนวนเท่าใดก่อนประกาศว่าจะให้
โควต้ารับประกันรายละเท่าใด เบื้องต้นจะใช้หลักเกณฑ์เดิมไปก่อนคือรายละ
500,000 บาท ส่วนการป้องกันการทุจริตด้วยวิธีการฮั้วตัวเลขปริมาณการซื้อขายระหว่าง
เกษตรกรกับผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการประกันราคานั้น
เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องหาแนวทางในการแก้ไข
ซึ่งเรื่องนี้ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบไปดำเนินการ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะใช้วิธีการตรวจสอบอย่างไร

" ดังนั้นการดำเนินการตามโครงการประกันราคาแบบใหม่นี้
โดยหลักการได้เริ่มประกาศราคาประกันขั้นต่ำที่ 1.70 บาท/กิโลกรัมไปแล้ว
ขณะนี้เหลือเพียงการปฏิบัติเท่านั้นคาดว่าภายใน 1
เดือนจะสามารถดำเนินการได้ ในส่วนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันฯ
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ดูแล ล่าสุดได้อนุมัติโครงการ
ต้นกล้าอาชีพจำนวน 300 ล้านบาท
เพื่อนำไปฝึกผู้ว่างงานให้เข้าไปช่วยในการดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรซึ่งในเบื้องต้นอาจจะเร่งดำเนินการในส่วนของ
เกษตรกรผู้ปลูกมันฯ ที่มีความเร่งด่วนก่อน " นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า
ทั้งนี้การแทรกแซงราคามันด้วยการรับจำนำซึ่งเป็นระบบที่ใช้อยู่เดิมนั้น
รัฐบาลต้องแบกรับภาระและใช้เงินดำเนินการเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะโครงการรับจำนำมันสำปะหลังฤดูกาลผลิตปี 2551/52 ที่ผ่านมา
จากเป้าหมายจำนำ 13 ล้านตันทั่วประเทศต้องใช้เงินดำเนินการจำนวนมากกว่า
3.27 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินรับจำนำ 2.57 หมื่นล้านบาท
และทำให้ต้องเสียเงินสูญเปล่าเป็นค่าแปรสภาพ ค่าขนส่ง ค่าฝากเก็บสินค้า
ค่าใช้จ่ายบริหารโครงการรวมถึงดอกเบี้ย ธ.ก.ส. เป็นเงินกว่า 7,000
ล้านบาท ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องไปรับภาระดูแล

ทางด้าน นายธีระชาติ เสยกระโทก
เลขาธิการสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังภาคอีสาน กล่าวว่า
เกษตรกรเห็นด้วยกับโครงการประกันราคามันสำปะหลัง
ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของรัฐบาลที่เดินมาถูกทางแล้ว
และเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์แน่นอน
แต่ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ วิธีการปฏิบัติที่ทางราชการจะเข้าไปควบคุม
ดูแลผู้ประกอบการลานมัน โรงแป้งมันในการรับซื้อผลผลิตว่า
จะรับซื้ออย่างไร ที่จะไม่ทำให้ทางราชการเสียเงินงบประมาณมากเกินไป หรือ
การป้องกันการทุจริตด้วยวิธีการฮั้วตัวการซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับผู้
ประกอบการ ซึ่งควรต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าไปร่วมใน
การตรวจสอบเรื่องนี้

รวมถึงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรควรจะให้มีคณะกรรมการร่วมฯ
ตรวจสอบด้วย โดยทางสมาคมชาวไร่มันฯ
ได้นำเสนอไปแล้วว่าให้ทางสมาคมฯเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาและดูแลเรื่อง
การขึ้นทะเบียนด้วย นายธีระชาติ กล่าว ในตอนท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น