รมว.สธ.ลงพื้นที่โคราชมอบนโยบาย จนท.สาธารณสุข-อนามัย 19 จว.ภาคอีสาน
เดินหน้ายกฐานะสถานีอนามัยเป็นรพ.ตำบล 1,000 แห่งทั่วประเทศให้ทัน
ก.ย.นี้ เผยการระบาดไข้หวัด 2009 ยังพบต่อเนื่อง
คาดผู้ป่วยหวัดใหญ่ทั่วประเทศเพิ่มอีกเท่าตัวจากเดิมปีละ 9 แสนคน ตาย 300
คน เตือน ปชช.ไม่ต้องตกใจ ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เหมือนกับไข้หวัดประจำปี
สั่ง สสจ. ทุกจังหวัดโหมรณรงค์ให้ปชช.ดูแลสุขภาพ
ลดจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดให้มากที่สุด
วันนี้ (19 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายวิทยา แก้วภารดัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม " 95 ปี
สถานีอนามัย : ทศวรรษใหม่กับการเปลี่ยนแปลง"
พร้อมมอบนโยบายที่หอประชุมมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุลนครราชสีมา อ.เมือง
จ.นครราชสีมา โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย พยาบาล และ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากพื้นที่ 19
จังหวัดภาคอีสานเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้กว่า 500 คน
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า
ในวันนี้ได้มาพูดคุยทำความเข้าใจในนโยบายหลักของรัฐบาล คือ
การยกฐานะสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลตำบล ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพตำบล
โดยในปีนี้กระทรวงสาธารณมีเป้าหมายจะให้มีโรงพยาบาลตำบลจำนวน 1,000
แห่งทั่วประเทศภายในเดือน ก.ย.นี้ โดยกระจายให้ครบทุกอำเภอ
ซึ่งทั่วประเทศมีกว่า 800 อำเภอ มีงบประมาณสนับสนุนจาก สปสช.แห่งละ 2
แสนบาท และในปีหน้าจะมีงบประมาณจากรัฐบาลมาสนับสนุนอีกแห่งละ 1 ล้านบาท
ขณะนี้สถานีอนามัยบางแห่งเริ่มดำเนินการแล้ว
แต่จะกดปุ่มเปิดให้บริการพร้อมกันในเดือน ก.ย.นี้
ซึ่งจะเริ่มในสถานีอนามัยที่มีความพร้อมเท่านั้น
"การยกฐานะของสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลตำบลนั้น
ต้องมีพยาบาลประจำอยู่อย่างน้อย 3 คน
ฉะนั้นสถานีอนามัยที่พร้อมเท่านั้นจึงจะทำได้
หรือต้องเป็นสถานีอนามัยที่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ
ที่สามารถส่งพยาบาลจากโรงพยาบาลอำเภอไปช่วยงานได้" นายวิทยา กล่าว
นายวิทยา กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ในประเทศไทยซึ่งวันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 71 ราย รวมเป็น 589
ราย ว่า ขณะนี้กระทรวงฯ พยายามสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน
เพราะความรุนแรงของโรคใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นประจำปี
และช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ไข้หวัดใหญ่ประจำปีเริ่มมาแล้ว
การรักษาของโรงพยาบาลขณะนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แต่ที่ประชาชนเป็นกังวลเนื่องจากองค์การอนามัยโลกประกาศยกระดับการระบาดเป็น
ระดับสูงสุดคือระดับ6 จึงทำให้ประชาชนรู้สึกตกใจ
และในทางการแพทย์ก็พิสูจน์แล้วว่าไข้หวัดใหญ่ปกติและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 มีอันตรายเท่ากัน ปัญหาคือ
กระทรวงจะทำอย่างไรให้คนไทยเป็นหวัดน้อยที่สุด
ทั้งนี้ จากตัวเลขประชาชนชาวไทยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ประจำปี
แต่ละปีประมาณ 9 แสนคน นอนพักรักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 3.5 หมื่นคน
เสียชีวิตประมาณ 300 ราย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในปีนี้
มีไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดคาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
"ทางกระทรวงได้มอบนโยบายไปยังสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทุกแห่ง
ว่า ทั้งปีจะโหมรณรงค์เรื่องการดูแลสุขภาพ
เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัด
และโรคแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ให้ได้มากที่สุด" นายวิทยา
กล่าว
นายวิทยา กล่าวต่อว่า
สำหรับการตรวจวินิจฉัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ต้องมีการปรับให้รวดเร็วมายิ่งขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมา
กว่าผลการตรวจจะออกคนไข้ก็หายป่วยและกลับบ้านไปแล้ว
ส่วนกรณีที่สถานพยาบาลเอกชนคิดค่าบริการในการตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 แพงนั้น ทางกระทรวงได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมโรงพยาบาลเอกชนว่าอย่าฉวยโอกาสซ้ำเติม
ความตกใจของประชาชน
และยาที่ฉีดให้ประชาชนล้วนแต่เป็นยาป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าทั้ง
นั้น เพราะสายพันธุ์ใหม่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ฉะนั้น
ประชาชนต้องระมัดระวังด้วย
ส่วนกรณีที่สำนักระบาดวิทยารายงานชื่อของโรงเรียนเด็กที่ติดเชื้อ
คลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดทางเว็บไซต์นั้น
ได้สั่งการให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแล้ว
โดยให้ตรวจสอบรายชื่อจากกระทรวงศึกษาธิการก่อนนำไปลงในเว็บไซต์
เพราะที่ผ่านมาผู้ลงข้อมูลในเว็บไซต์เป็นแพทย์อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญ
จึงทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ แต่เรื่องนี้ดำเนินการแก้ไขแล้ว
กรณีมีรายงานข่าวจากต่างประเทศ ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
นี้มีการกลายพันธุ์และรุนแรงมากขึ้นนั้น นายวิทยา กล่าวว่า
ขณะนี้รอการยืนยันจากทางองค์การอนามัยโลกอยู่
แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคมีการกลายพันธุ์ทุกปี แต่ยืนยันว่า
ยาทามิฟูรักษาโรคไข้หวัดใหญ่มีเพียงพอกับประชาชนชาวไทยแน่นอน
ส่วนตามสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดต่างๆ ได้ขอความร่วมมือ
หากพบผู้โดยสารป่วยเป็นไข้หวัดให้สวมหน้ากากอนามัย
เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนอื่นๆ
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000069410
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น