วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ภาคีฯ ราชภัฏโคราชแถลงต้านแก้ รธน./นิรโทษกรรม ชี้ฟอกซากเน่า "นช.แม้ว" สร้างหายนะ-ปิดตาย "การเมืองใหม่"

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ภาคีคณาจารย์-นศ.ม.ราชภัฏโคราช
สุดทานเปิดแถลงข่าวคัดค้านการแก้ไข รธน.2550 และนริโทษกรรม
ชี้เป็นการฟอกนักการเมืองซากเน่า และ "นช.แม้ว" กับพวก
ให้กลับมาโกงชาติกินเมืองต่อไป โดยที่ประเทศชาติประชาชนไม่ได้อะไร เผย
หากดึงดันได้สมใจถือเป็นหายนะ และ "การเมืองใหม่" ถูกปิดตายลงทันที
แนะรัฐบาลมาร์คควรให้ความสำคัญแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจชาติเป็นเรื่องเร่งด่วน
ดับแรก

ช่วงบ่าย วันนี้ (10 พ.ค.)
ที่ห้องประชุมอาคารโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
อ.เมือง จ.นครราชสีมา ภาคีคณาจารย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
นำโดย ผศ.ดร.สามารถ จับโจร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ แสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และ
นริโทษกรรมนักการเมือง

โดยสาระสำคัญของแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า
วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จนทำให้รัฐบาลโดยการนำของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเสนอแนะแนวทางแก้ไขวิกฤตการณ์ของชาติ
ด้วยการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
โดยเฉพาะข้อเรียกร้องหลักของนักการเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์ คือ
ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นปัญหาทำให้สถานะของพรรคการเมืองและ
นักการเมืองอ่อนแอ เช่น มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง, มาตรา 190
เกี่ยวกับการทำสัญญาระหว่างประเทศกับประเทศต่างๆ และบทเฉพาะกาล
ที่เป็นการรับรองการทำงานขององค์กรอิสระ ในยุคคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(คมช.) ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับคดีความทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี และ พวก เป็นต้น

ตลอดจนการพยายามนิรโทษกรรมอดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 111+109
ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
ในคดียุบพรรคการเมือง
เพื่อปลดล็อกพันธนาการบรรดาซากศพทางการเมืองเหล่านี้ได้หลุดพ้นจากภาวะการ
จองจำ ซึ่งหากบรรลุวัตถุประสงค์ตามนั้น เชื่อว่า
หายนะทางการเมืองของไทยคงอุบัติขึ้น ช่องทางเดินของ "การเมืองใหม่"
จะถูกปิดตายลงทันที
แต่กลับเปิดกว้างรอรับดวงวิญญาณเร่ร่อนของนักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์
ขายได้แม้แต่เกียรติยศศักดิ์ศรีตัวเอง
ได้กลับเข้ามาสิงสู่แทะเล็มหาผลประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนอีกต่อไป

อาการกระเหี้ยนกระหือรือต้องการแก้ไข้รัฐธรรมนูญของบรรดานักการเมือง
น้ำครำ และล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ ด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นว่า
เพื่อผ่อนคลายวิกฤตทางการเมือง นั้น
หากมองในมุมกลับกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว
ประชาชนและประเทศชาติไม่ได้อะไรเลย
ตราบใดที่ประเทศชาติยังถูกครอบงำด้วยนักการเมืองเก่า ระบบเก่า
และเข้ามาในสภาด้วยการซื้อสิทธิขายเสียงแบบเก่า ๆ
สามัญสำนึกที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมืองก็จะถูกซ่อนไว้ใต้พรมเช็ดเท้าของพวกเขา
ต่อไป

ดังนั้น การคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550
น่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่า
และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันคู่ขนานไปกับการใช้ยาขนานแรง
จึงจะสามารถทำลายเชื้อร้ายทางการเมืองให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทยได้

ฉะนั้น ภาคีคณาจารย์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ขอยืนยัน และยึดมั่นในเงื่อนไขของการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า
เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเหมาะสมกับการเมือง
และสถานะของนักการเมืองที่ไร้คุณธรรม จริยธรรมของไทยในขณะนี้
และขอให้บรรดาซากเน่าทางการเมืองได้หยุดการพยายามทุกวิถีทางที่จะได้มาซึ่ง
เงื่อนไขและโอกาสในการต่อลมหายใจด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ
ออกกฎหมายนิรโทษกรรม
เพื่อฟอกตัวให้พ้นผิดและกลับมาโกงกินชาติบ้านเมืองต่อไป

พร้อมทั้งอยากตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น
จะเป็นทางออกของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
หรือจะเป็นหนทางตีบตันทางการเมืองกันแน่

ผศ.ดร.สามารถ จับโจร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2550 ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและยังไม่ถึงเวลาเพราะความจริงแล้วเพิ่งใช้บังคับมา
เป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
ตอนนี้นักการเมืองและรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของ
ประเทศชาติก่อนและถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องด่วนที่สุด
เพราะประชาชนเดือดร้อนกันทั่วประเทศ
หากเศรษฐกิจดีขึ้นประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้และเมื่อใช้รัฐธรรมนูญฉบับ
2550 นี้ไปได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ค่อยมาพูดกันถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีความไม่เหมาะสมหรือไม่อย่างไร
ในส่วนไหนบ้าง ที่ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

"หากรัฐบาลและบรรดานักการเมืองน้ำครำยังดึงดันที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐ
ธรรมนูญและออกกฎหมายนิรโทษกรรมต่อไป
ภาคีคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยภัฏนครราชสีมา
จะลุกขึ้นต่อต้านทุกวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย" ผศ.ดร.สามารถ กล่าว

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052024

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น