วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กอง โภชนาการ กรมอนามัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสาร ไอโอดีน โดยมีศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา รวมดำเนินการ

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ศูนย์อนามันที่ 5 นคคราชสีมา
กอง โภชนาการ กรมอนามัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
โครงการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสาร
ไอโอดีน โดยมีศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา รวมดำเนินการ วันที่ 26
พฤษภาคม 2552 เวลา 09.00 น. แพทย์หญิงแสงโสม สีนะวัฒน์
นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ
เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
โครงการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสาร
ไอโอดีน ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา
โดยมี่ผู้เข้าร่วมประชุมจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัด
นครราชสีมา ขอนก่อน ศรีสะเกษ มหาสารคาม และปทุมธานี ร่วมกว่า 300 คน
การควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนเป็นโครงการที่ดี
ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคีเครือข่าย
ที่มีความสำคัญในการที่จะร่วมมือช่วยกันขจัดปัญหาการขาดสารไอโอดีนให้หมดไป
จากประเทศไทยร่วมทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนเป็นโครงการพระราชดำริ ที่ทั้ง 2
พระองค์ ทรงมีความสนพระทัยเป็นอย่างมาก นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์
ผู้อำนวยการกองโภชนาการ กล่าวว่า โรคขาดสารไอโอดีน
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สติปัญญาด้อย สามารถพบได้ในทุกกลุ่มอายุ
แต่จะมีผลร้ายแรงชัดเจนในทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงอายุ 2-3 ปี
โดยมีผลทำให้สมองมีการเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
ซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ดีขึ้นและยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งชุมชนจะต้องมีเกลือที่จำหน่ายในหมู่บ้าน
และต้องเป็นเลือกที่เป็นเกลือเสริมไอโอดีนที่ได้มาตรฐาน
ใช้เกลือที่เสริมไอโอดีนที่ได้รับมาตรฐานในการปรุงอาหารร้อยละ 90
ของครัวเรือนในหมู่บ้าน
ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนใช้แต่เกลือเสริมไอโอดีนที่ได้รับมาตรฐานในการปรุง
อาหารประกอบอาหารให้เด็กบริโภค
นอกจากนี้สารไอโอดีนมีความสำคัญต่อการส่งเสริมความฉลาด ด้านสติปัญญา
และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศชาติ
นอกจากจะใช้เกลือเสริมไอโอดีนเป็นมาตรการหลักในการดำเนินงานควบคุมและ
ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแล้ว กรมอนามัย ยังได้ความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ
ในการเสริมไอโอดีนลงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นกลุ่มผู้ผลิต ขนมขบเขี้ยว
และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย
กลุ่มผู้ผลิตเครื่องปรุงรส เช่น ซอส น้ำปลา ซีอิ้ว ปลาร้า
เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางได้รับสารไอโอดีนเพิ่มมากขึ้น
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเป็นแกนหลักของชุมชน และด้วยความร่วมมือ
ร่วมใจของอาจารย์ ครูผู้ดูแลเด็ก อสม./ แกนนำในการทำให้เกิดเป็น "
ชุมชนปลอดโรคขาดสารไอโอดีน"ซึ่งจะทำให้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนหมดไปจากประเทศ
ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น