วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อสังหาฯ โคราชทรุด 20% ต้องดิ้นเจาะตลาดบน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2552 12:47 น.

กฤช หิรัญกิจ
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ธุรกิจอสังหาฯโคราช
เมืองใหญ่อีสานสี่เดือนแรกยังซบเซา ยอดขายทรุด 15-20%
แบงก์สุดหินคุมเข้มปล่อยกู้
เผยผู้ประกอบการดิ้นมุ่งเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะมากขึ้นโดยตลาดบนกำลังซื้อสูง

นายกฤช หิรัญกิจ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจังหวัดนครราชสีมา
เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวมใน จ.นครราชสีมา ในช่วง
4 เดือนแรกของปีจนถึงขณะนี้ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ส่งผลให้ยอดขายลดลงประมาณ 15-20 %
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา
แต่ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยเมื่อเทียบกับตลาดใหญ่อย่างกรุงเทพฯและปริมณฑล
เพราะโครงการคอนโดมิเนียมและตลาดลูกค้าต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงอยู่
ขณะนี้ ในโคราช และต่างจังหวัดถือว่ามีน้อยมาก

"ประกอบกับช่วง 26 มีนาคม- 1 เมษายน ที่ผ่านมา
สมาคมได้จัดงานมหกรรมบ้านโคราชครั้งที่ 5
สามารถสร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการได้รวมกว่า 200 ล้านบาท
เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โคราชคึกคัก
ขึ้นมา ไม่ซบเซามากจนเกินไป" นายกริช กล่าว

นายกฤช กล่าวต่อว่า
โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมขายในโคราชขณะนี้มีอยู่ประมาณ 2,500 ยูนิต
กลุ่มตลาดระดับราคา 1-2 ล้านบาท ยังขายได้
เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังมีความต้องการและมีกำลังซื้อสูงอยู่
แต่ตลาดล่างราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ค่อนข้างลำบาก
เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจมากที่สุด
แต่ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่เงื่อนไขการปล่อยกู้ของธนาคารไม่เอื้ออำนวย
และเข้มงวดมากเกินไปจากปัจจัยปัญหาเศรษฐกิจ
ส่งผลให้มีลูกค้าซื้อบ้านไม่ผ่านเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกว่า
40% นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก
อีกทั้งนโยบายการลดภาษีธุรกิจเฉพาะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)
มีมติให้ดำเนินการต่อหลังสิ้นสุด 28 มีนาคม ที่ผ่านมา
ปัจจุบันยังติดอยู่ที่กรมสรรพากรทำให้ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ

ในส่วนผู้ประกอบการเองพยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ในภาวะเช่นนี้
โดยสมาคมให้คำแนะนำสมาชิกผู้ประกอบการบ้านจัดสรรโคราช
ให้ทำโครงการที่มุ่งเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะให้มากขึ้น
โดยเฉพาะตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูงและไม่มีปัญหาการปล่อยกู้ของธนาคาร

อย่างเช่น ล่าสุด บริษัทตนได้เปิดโครงการThe Beverly Hills
เป็นทาวน์โฮมโมเดิร์นสไตล์ ริมสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว ใจกลางเมืองโคราช ขนาด 3
ชั้น มี 4 สไตล์ จำนวน 21 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ราคายูนิตละ 4-5
ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการรูปแบบใหม่ของโคราชมีแนวคิดมาจากย่านที่อาศัยของดารา
ฮอลลีวูดและกลุ่มคนระดับเศรษฐีในอเมริกา
ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ฟิตเนส เซาน่า สวนลอยฟ้า
ระบบไฟฟ้าใต้ดิน อินเทอร์เน็ตและติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกมุมถนน เป็นต้น

"ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างฐานราก แต่มียอดจองแล้ว 50% คาดว่า
คงขายหมดใน 6 เดือนนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแพทย์ วิศวกร และ
นักธุรกิจ" นายกฤช กล่าว

สสจ.โคราช สั่ง จนท.เฝ้าระวังไข้เลือดออกหลังพบผู้ป่วย 136 ราย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2552 12:48 น.
นายแพทย์วิชัย ขัตติยะวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 32 อำเภอของ จ.นครราชสีมา
ว่าตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 19 พฤษภาคม มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 136 ราย
แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต สำหรับอำเภอที่มีผู้ป่วยสูงสุด คือ อ.สีคิ้ว
ปักธงชัย พระทองคำ และจักราช สำนักงานสาธารณสุข จ.นครราชสีมา
ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย
รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ทุกชุมชน
ลงพื้นที่เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้
ยังขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาล และ อบต.
ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายให้กับชาวบ้านโดยด่วน
นายแพทย์วิชัย กล่าวอีกว่า
ช่วงนี้ฝนเริ่มตกจึงมีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายมากกว่าฤดูอื่นๆ
และคาดว่าปีนี้จะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงกว่าปีที่ผ่านมา
สาเหตุเพราะความแปรปรวนของอากาศ มีฝนตกในฤดูหนาว
ทำให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพิ่มขึ้น
อีกทั้งสภาวะโลกร้อนทำให้แมลงต่างๆ แพร่พันธุ์ได้ดี
ทั้งนี้ การป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุด คือ
การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายทุกบ่ายวันศุกร์
และหากพบคนในครอบครัวมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน 2-7 วัน เหนื่อย อ่อนเพลีย
รับประทานอาหารไม่ได้ มีจุดเลือดออกตามตัว ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา
และอาเจียน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

กอง โภชนาการ กรมอนามัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสาร ไอโอดีน โดยมีศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา รวมดำเนินการ

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ศูนย์อนามันที่ 5 นคคราชสีมา
กอง โภชนาการ กรมอนามัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
โครงการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสาร
ไอโอดีน โดยมีศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา รวมดำเนินการ วันที่ 26
พฤษภาคม 2552 เวลา 09.00 น. แพทย์หญิงแสงโสม สีนะวัฒน์
นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ
เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
โครงการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสาร
ไอโอดีน ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา
โดยมี่ผู้เข้าร่วมประชุมจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัด
นครราชสีมา ขอนก่อน ศรีสะเกษ มหาสารคาม และปทุมธานี ร่วมกว่า 300 คน
การควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนเป็นโครงการที่ดี
ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคีเครือข่าย
ที่มีความสำคัญในการที่จะร่วมมือช่วยกันขจัดปัญหาการขาดสารไอโอดีนให้หมดไป
จากประเทศไทยร่วมทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนเป็นโครงการพระราชดำริ ที่ทั้ง 2
พระองค์ ทรงมีความสนพระทัยเป็นอย่างมาก นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์
ผู้อำนวยการกองโภชนาการ กล่าวว่า โรคขาดสารไอโอดีน
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สติปัญญาด้อย สามารถพบได้ในทุกกลุ่มอายุ
แต่จะมีผลร้ายแรงชัดเจนในทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงอายุ 2-3 ปี
โดยมีผลทำให้สมองมีการเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
ซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ดีขึ้นและยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งชุมชนจะต้องมีเกลือที่จำหน่ายในหมู่บ้าน
และต้องเป็นเลือกที่เป็นเกลือเสริมไอโอดีนที่ได้มาตรฐาน
ใช้เกลือที่เสริมไอโอดีนที่ได้รับมาตรฐานในการปรุงอาหารร้อยละ 90
ของครัวเรือนในหมู่บ้าน
ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนใช้แต่เกลือเสริมไอโอดีนที่ได้รับมาตรฐานในการปรุง
อาหารประกอบอาหารให้เด็กบริโภค
นอกจากนี้สารไอโอดีนมีความสำคัญต่อการส่งเสริมความฉลาด ด้านสติปัญญา
และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศชาติ
นอกจากจะใช้เกลือเสริมไอโอดีนเป็นมาตรการหลักในการดำเนินงานควบคุมและ
ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแล้ว กรมอนามัย ยังได้ความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ
ในการเสริมไอโอดีนลงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นกลุ่มผู้ผลิต ขนมขบเขี้ยว
และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย
กลุ่มผู้ผลิตเครื่องปรุงรส เช่น ซอส น้ำปลา ซีอิ้ว ปลาร้า
เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางได้รับสารไอโอดีนเพิ่มมากขึ้น
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเป็นแกนหลักของชุมชน และด้วยความร่วมมือ
ร่วมใจของอาจารย์ ครูผู้ดูแลเด็ก อสม./ แกนนำในการทำให้เกิดเป็น "
ชุมชนปลอดโรคขาดสารไอโอดีน"ซึ่งจะทำให้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนหมดไปจากประเทศ
ไทย

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

โคราชพร้อมจัด "มหกรรมกีตาร์คลาสสิกระดับโลก" เทิดไท้องค์คีตราชันย์ 22-25 มิ.ย.

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- โคราชพร้อมเต็มที่จัด
"มหกรรมดนตรีกีตาร์คลาสสิคระดับโลก เทิดไท้องค์คีตราชันย์" ระหว่าง 22-25
มิ.ย.นี้ เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง และกระตุ้นการท่องเที่ยว
เผยเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของนักดนตรีกีตาร์คลาสสิกชื่อดังระดับโลก จาก 5
ประเทศ 8 ศิลปิน

วันนี้ (27 พ.ค.) ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2
อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2)
และ นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา
ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน"มหกรรมดนตรีกีตาร์คลาสสิกระดับโลก
เทิดไท้องค์คีตราชันย์" (Music Festival World Classical Guitar Honoring
The KING Lama IX) ขึ้นระหว่างวันที่ 22 -25 มิถุนายน 2552
ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่พระองค์ท่านทรงมีพระปรีชาสามารถด้านดนตรี
ร่วมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล มทภ.2 เปิดเผยว่า
การจัดมหกรรมดนตรีระดับโลกครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา,
กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2, ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนอำนวยศิลป์
และโรงเรียนดนตรีกาญจนา
ซึ่งขณะนี้งานทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว

สำหรับการแสดงดนตรีระดับโลกครั้งนี้
เป็นการรวมตัวกันครั้งใหญ่ของนักดนตรีกีตาร์คลาสสิกระดับโลก จาก 5 ประเทศ
8 ศิลปิน ประกอบ Yoko Fujimori / Shinobu Sugawara(Japan), Ermanno
Bottiglieri (Italy), Grigory Novikov (Russia), Leon koudelak (Czech),
อ.วิทยา วอสเบี้ยน, อ.วรเทพ รัตนาอัมพวัลย์ และ คุณเอกชัย เจียรกุล
จากประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดจะมาทำการแสดงดนตรีกีตาร์ให้ชาวโคราชและนักท่องเที่ยวได้ชม
ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก
ทั้งการเรียนรู้เทคนิคการเล่นกีตาร์คลาสสิก การ Work Shop,
การทำกีตาร์คลาสสิกกับช่างกีตาร์ระดับโลก,
การแข่งขันดนตรีกีตาร์คลาสสิกประเภท Classic Guitar / Guitar Ensemble /
Guitar with Vocal และ นิทรรศการ
เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"พระราชอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจด้านดนตรี"

"กิจกรรมดนตรีระดับโลกที่จัดขึ้นในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นี้
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางรับชมการแสดงดนตรีระดับโลก
และยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายของ
โคราช ทำให้การท่องเที่ยวโคราชครึกครื้น
เศรษฐกิจโคราชคึกคักทั่วเมืองด้วย" พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวในที่สุด

"มทภ.2" เห็นด้วยสร้าง "ประสาทพระวิหารจำลอง" ฝั่งไทย-ผามออีแดงเหมาะสุด

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- "พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์" มทภ.2
เผยส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวคิดสร้างปราสาทพระวิหารจำลองขึ้นในฝั่งไทย
ชี้บริเวณผามออีแดงเหมาะสมตั้งอยู่ที่สูง
หากรัฐบาลมีนโยบายและคนส่วนใหญ่เห็นตรงกัน
กองทัพก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ระบุ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ยังปกติ ขวัญกำลังใจทหารดีขึ้น หลัง ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม
ส่วนกรณีเขมรสร้างกำแพงรั้วสังกะสีถาวรที่ช่องสะงำ
ได้ทำหนังสือท้วงติงไปตามขั้นตอนแล้ว ถ้าทำผิดข้อตกลง
"สร้างได้ก็รื้อถอนได้" เช่นกัน

วันนี้ (27 พ.ค.) ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2
อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2)
เปิดเผยถึงกรณีภาคเอกชนเสนอสร้างปราสาทพระวิหารจำลองขึ้นในฝั่งประเทศไทย
บนบริเวณผามออีแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่า
เป็นแนวคิดที่ภาคเอกชนและนักธุรกิจจากส่วนกลางได้ทำหนังสือเสนอขึ้นมาถึงกอง
ทัพภาคที่ 2 ส่วนจะสร้างหรือไม่สร้างก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ
และส่วนที่เห็นด้วยหรือไม่นั้น ก็ต้องมาหารือกัน ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2
เพียงแต่แจ้งข่าวให้ทราบเท่านั้นว่ามีคนไทยส่วนหนึ่งที่มีแนวคิดในเรื่องนี้

สำหรับความเห็นส่วนตัว หากไม่กระทบกับพื้นที่หรือสิ่งแวดล้อม
หรือเรื่องอื่นๆ คิดว่า บริเวณผามออีแดงดังกล่าว
เป็นพื้นที่สูงและมีทิวทัศน์สวยงามก็มีความเหมาะสมและเป็นไปได้หากจะสร้าง
ปราสาทพระวิหารจำลองขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆ
ฝ่าย ว่า มีความคิดเห็นอย่างไร

"ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2
ซึ่งรักษาอธิปไตยบริเวณดังกล่าวพร้อมให้การสนับสนุนหากเป็นนโยบายของรัฐบาล
หรือความเห็นของคนส่วนใหญ่
ซึ่งคงต้องเป็นต้นเรื่องหรือมีเจ้าภาพที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว"
พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าว

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ด้านปราสาทเขาพระวิหาร โดยรวมจนถึงขณะนี้ยังเป็นปกติจากการที่
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหาร
ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งคณะของ
ผบ.ทบ.เดินขึ้นไปจนถึงวัดบนปราสาทเขาพระวิหาร
ทำให้ขวัญและกำลังใจของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดีขึ้น
ได้ทราบว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความห่วงใย และที่สำคัญ
ต้องขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันบริจาคสิ่งของส่งไปให้ทหารหาญเหล่านี้ด้วย
ทำให้ทหารได้รับความสะดวกสบายขึ้น

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ขององค์การยูเนสโก
ขึ้นมาบริเวณพื้นที่พิพาทเขาหระวิหารและไม่แจ้งให้ฝ่ายไทยเราทราบนั้น
หลังจากมีเรื่องการทวงติงจากฝ่ายไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ
ก็ไม่ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่ยูเนสโกขึ้นมาอีกแต่อย่างใด
ซึ่งตามหลักแล้วหากเจ้าหน้าที่ฝ่ายใดหรือใครจะขึ้นไปในพื้นที่พิพาทต้องแจ้ง
เพราะหากไม่แจ้งให้แต่ละฝ่ายทราบก็ถือว่าไม่ถูกต้อง
ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องทำการท้วงติงต่อไป

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า
สำหรับกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาก่อสร้างรั้วสังกะสีถาวรในบริเวณด่านผ่านแดนถาวร
ไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งยังเป็นพื้นที่พิพาทไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนนั้น
ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ทำหนังสือคัดค้านไปแล้ว และดำเนินการไปตามขั้นตอน
ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของคณะกรรมการปักปันเขตแดน
และคณะกรรมการที่รับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเข้ามาแก้ไขปัญหา

"เป็นเรื่องที่ไม่ยากหากสร้างขึ้นมาได้ก็สามารถรื้อถอนออกได้เช่นกันถ้าไม่อยู่ในข้อตกลง"
พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

โคราชจัด "มหกรรมกีตาร์คลาสสิกระดับโลก" เทิดไท้องค์คีตราชัน - ศิลปินดัง 5 ชาติร่วม 22 มิ.ย.

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - โคราชจัดการแสดงดนตรีระดับโลกครั้งใหญ่ ในงาน
"มหกรรมดนตรีกีตาร์คลาสสิกระดับโลก เทิดไท้องค์คีตราชัน" 22-25 มิ.ย.นี้
ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2
เผยเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของ 8 ศิลปินชื่อดังจาก 5 ประเทศ

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สำนักงานนครราชสีมา ร่วมกับ เทศบาลนครนครราชสีมา,
กองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 2, ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนอำนวยศิลป์,
โรงเรียนดนตรีกาญจนา กำหนดจัดงาน "มหกรรมดนตรีกีตาร์คลาสสิกระดับโลก
เทิดไท้องค์คีตราชันย์" (Music Festival World Classical Guitar Honoring
The KING Lama IX) ขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 มิถุนายน 2552 นี้
ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา

การจัดมหกรรมดนตรีฯ ครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมดนตรีระดับโลกครั้งใหญ่
เพราะเป็นการรวมตัวแสดงดนตรีของนักดนตรีกีตาร์คลาสสิกระดับโลก จาก 5
ประเทศ 8 ศิลปิน ได้แก่ Yoko Fujimori / Shinobu Sugawara(Japan) ,
Ermanno Bottiglieri(Italy) , Grigory Novikov(Russia) , Leon koudelak
(Czech), อ.วิทยา วอสเบี้ยน, อ.วรเทพ รัตนาอัมพวัลย์ และ คุณเอกชัย
เจียรกุล จากประเทศไทย
ซึ่งศิลปินระดับโลกทั้งหมดนี้จะมาทำการแสดงดนตรีกีต้าร์ให้ประชาชนชาวโคราช
นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้ชมได้ฟังและสัมผัสอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก เช่น
การเรียนรู้เทคนิคการเล่นกีตาร์คลาสสิก การ Work Shop ทำกีตาร์คลาสสิก
กับช่างกีตาร์ระดับโลก, การแข่งขันดนตรีกีตาร์คลาสสิกประเภท Classic
Guitar / Guitar Ensemble / Guitar with Vocal , นิทรรศการ
เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"พระราชอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจด้านดนตรี" และกิจกรรมอื่นๆ
อีกมากมายตลอดการจัดงาน

"กิจกรรมดนตรีระดับโลกที่จัดแสดงขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้
เป็นกิจกรรมที่หาชมได้ยาก ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครนครราชสีมา โทรศัพท์
0-4427-5933 หรือที่ ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0-4421-3666,
0-4421-3030 ทุกวันในเวลาราชการ" นายอรรถพล กล่าว

อุตฯมันสาหัส"เพลี้ยแป้ง" ระบาดหนัก - โคราชแหล่งผลิตใหญ่ลามกว่า1ล้านไร่

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - อุตสาหกรรมมันฯไทยสาหัส "เพลี้ยแป้ง"ระบาดหนัก
โคราชแหล่งผลิตมันฯ อันดับ 1ของประเทศ เผยลามทั้งจังหวัดแล้วกว่า 1.1
ล้านไร่ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติศัตรูพืช 23 อำเภอ
คาดเสียหายสิ้นเชิงมากกว่า 1 แสนไร่ รวมกว่า 600 ล้านบาท เกษตรจังหวัดฯ
งัด 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกรระดมตั้ง"หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว"
ทุกอำเภอปูพรมกำจัดเพลี้ยร้ายให้หมดสิ้นในพ.ค.
ขณะที่บุรีรัมย์อีกแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ระบาดรุนแรงใน 6 อำเภอ
เสียหายสิ้นเชิงแล้วร่วม 2 หมื่นไร่ เช่นเดียวกับจ.ชัยภูมิ

นายสวัสดิ์ บึงไกร เกษตรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า
จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและเพาะปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดเป็นอันดับ
1 ของประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกถึง 2.1 ล้านไร่ ผลผลิตหัวมันฯสดรวมกว่า 9
ล้านตันต่อปี สร้างรายได้เข้าจังหวัดปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท
ขณะนี้กำลังประสบปัญหาการระบาดของเพลี้ยแป้งในไร่มันสำปะหลังอย่างหนัก
ซึ่งเป็นการระบาดในทุกพื้นที่ปลูกมันฯของจังหวัด
ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงรุนแรง
อีกทั้งมีการระบาดในทุกระดับการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง
จึงส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก
และที่สำคัญขณะนี้ยังไม่มีสารเคมีหรือยากำจัดศัตรูพืชชนิดใดกำจัดได้ 100%
เพราะเป็นเพลี้ยที่พัฒนาการตัวเองขึ้นมาใหม่ให้มีภูมิต้านทานต่อยากำจัด
ศัตรูพืชมากขึ้น
ซึ่งกรมส่งเสริมวิชาการเกษตรได้ส่งตัวอย่างไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการยัง
ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้ว

ลามหนักทั้งจังหวัดกว่า 1 ล้านไร่
ประกาศภัยพิบัติเพลี้ย 23 อำเภอ

นายสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า
ล่าสุดจากการออกสำรวจไร่มันสำปะหลังของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั้ง
29 อำเภอ ที่มีการเพาะปลูกของ จ.นครราชสีมา
พบการระบาดของเพลี้ยแป้งแล้วในพื้นที่ 23 อำเภอ แบ่งเป็น
เกิดการระบาดมากกว่า 75% ขึ้นไป จำนวน 350,000 ไร่ เกิดการระบาดบางส่วน
787,500 ไร่ รวมประมาณ 1.1 ล้านไร่
ในจำนวนนี้เบื้องต้นคาดว่าจะเสียหายสิ้นเชิงมากกว่า 1 แสนไร่
คิดเป็นมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท
และมีพื้นที่เฝ้าระวังยังไม่เกิดการระบาดอีก จำนวน 964,500 ไร่

ทั้งนี้พบการระบาดรุนแรงมาก ใน 17 อำเภอ คือระบาด 70-80%
ของพื้นที่ปลูกแต่ละอำเภอ ประกอบด้วย อ.ครบุรี เสิงสาง สีคิ้ว
วังน้ำเขียว ปักธงชัย ด่านขุนทด จักราช เมือง โชคชัย สูงเนิน หนองบุญมาก
ขามทะเลสอ ปากช่อง เฉลิมพระเกียรติ พิมาย เทพารักษ์ และ อ.โนนไทย

" จากสถานการณ์ดังกล่าว ล่าสุดจังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศทั้ง 23
อำเภอ ที่พบการระบาดของเพลี้ยแป้ง
ให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแมลงศัตรูพืชระบาด (เพลี้ยแป้ง) แล้ว
เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบฯฉุกเฉินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยและแก้ปัญหา
การแพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที " นายสวัสดิ์ กล่าว

งัด 3 มาตรการเร่งด่วนสู้เพลี้ย
ตั้ง"Mobile Unit"ปูพรมกำจัด

นายสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า
พร้อมกันนี้ได้เร่งดำเนินแผนการรณรงค์ป้องกันและกำจัด
การระบาดของเพลี้ยแป้งในไร่มันสำปะหลัง รวมทั้งช่วยเหลือเกษตรกร
ด้วยยุทธศาสตร์ 3 มาตรการเร่งด่วน คือ 1.
การป้องกันไม่ให้เพลี้ยแป้งกระจายไปสู่แหล่งปลูกอื่น
ห้ามเคลื่อนย้ายกิ่งพันธุ์จากแหล่งที่มีการระบาดไปสู่แหล่งอื่นๆ
ต้องเผาและทำลายกิ่งพันธุ์ในพื้นที่ที่มีการระบาด
และรณรงค์ให้ความรู้ในการแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดก่อนปลูก

2. การกำจัดเพลี้ยแป้งในพื้นที่แพร่ระบาด
หากพบการระบาดในมันสำปะหลังช่วงอายุต่างๆ ต้องดำเนินการ ดังนี้
ในช่วงอายุตั้งแต่ 1-4 เดือน ต้องเผาทำลายต้นมันสำปะหลังทั้งหมด
ช่วงอายุตั้งแต่ 5-8 เดือน ต้องกำจัดโดยชีววิธีร่วมกับการใช้สารเคมี
ได้แก่ การฉีดพ่นด้วย เชื้อราบิวเวอเรียบาเซียน่า หรือการใช้สารเคมี
การปล่อยแมลงช้างปีกใส และ การระบาดในช่วงอายุมากกว่า 8 เดือน
ให้รีบเก็บเกี่ยว พร้อมเผาทำลายต้นมันในแปลง

3. การช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรในพื้นที่เสียหาย
เร่งสำรวจความเสียหายอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่
และพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร
ตามระเบียบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงการคลัง
และจัดหาพืชปลูกทดแทนในพื้นที่เสียหาย หรือปลูกหมุนเวียน เช่น ข้าวโพด
อ้อย เพื่อตัดวงจรการระบาดของเพลี้ยแป้ง

นายสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินตามแผนดังกล่าว
ในระดับจังหวัดได้จัดตั้ง "ศูนย์บัญชาการ"
ที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา
ขณะที่ในระดับอำเภอ ได้จัดตั้ง "หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว (Mobile
Unit)" ขึ้นทุกอำเภอ และ ระดับตำบล ได้จัดตั้ง "ชุดปฏิบัติการ"
ที่มีเกษตรหมู่บ้าน อาสาสมัครเกษตร และผู้นำชุมชน
ร่วมปฏิบัติงานทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงานตามแผนฯ
และจัดตั้งศูนย์ผลิตเชื้อราชุมชน อำเภอ ละ 1 จุด

"ขณะนี้สำนักงานเกษตรอำเภอ
ทุกอำเภอได้ระดมกำลังจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว
การป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งในไร่มันสำปะหลัง (Mobile Unit )
ไว้บริการให้คำแนะนำและลงพื้นที่ช่วยป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งถึงไร่เกษตรกร
ทุกพื้นที่แล้ว เพื่อเร่งปูพรมกำจัดเพลี้ยแป้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม
ซึ่งเกษตรกรต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใน
ท้องที่" นายสวัสดิ์ กล่าว

บุรีรัมย์สูญแล้วเกือบ 2 หมื่นไร่

ขณะที่ จ.บุรีรัมย์
แหล่งปลูกมันสำปะหลังที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ได้ประสบปัญหาเพลี้ยแป้งระบาดหนักเช่นกัน โดยระบาดรุนแรงในแหล่งเพาะปลูก
6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ปะคำ โนนสุวรรณ หนองกี่ ละหานทราย นางรอง และ
อ.พลับพลาชัย เสียหายสิ้นเชิงแล้วกว่า 19,000 ไร่
เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกว่า 4,000 ราย
จากพื้นที่เพาะปลูกมันทั้งจังหวัด 246,000 ไร่

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า
ได้สั่งการให้เกษตรอำเภอ เรียกประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัครเกษตรในพื้นที่ออกให้ความรู้แก่เกษตรกร
พร้อมห้ามเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
ออกจากพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยไปปลูกในพื้นที่อื่นอย่างเด็ดขาด
เพราะเกรงว่าจะมีการระบาดขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น
รวมทั้งให้เกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาดงดปลูกมันสำปะหลัง
หันไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นทดแทน โดยทิ้งช่วงประมาณ 1-2 ปี
เพื่อตัดวงจรการระบาดของเพลี้ยดังกล่าว
เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีตัวยาหรือสารเคมีชนิดใดกำจัดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ส่วนเกษตรกรที่ไม่อยู่ในพื้นที่ระบาด
ก่อนปลูกมันสำปะหลังควรนำท่อนพันธุ์ไปแช่สารเคมีฆ่าเชื้อ
เพื่อป้องกันไม่ให้เพลี้ยแป้งหรือโรคชนิดอื่นเข้ามาระบาดในไร่ได้รับความ
เสียหาย

"จากรายงานข้อมูล ขณะนี้พบเพลี้ยแป้งได้ระบาดหนัก ใน จ.บุรีรัมย์
นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ เสียหายแล้วหลายแสนไร่ " นายสมบูรณ์ กล่าว

เกษตรกรโอดร้องรัฐเร่งช่วยเหลือ

ด้าน นายสมพร ละทะโล อายุ 54 ปี
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกมันพันธุ์ดี อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์
เปิดเผยว่า ตั้งแต่เมษายนเป็นต้นมา
เพลี้ยแป้งได้ระบาดกัดกินใบและยอดอ่อนมันสำปะหลัง
ทั้งในต้นอ่อนที่ปลูกใหม่และต้นแก่ที่กำลังให้ผลผลิต ทำให้ใบหยิกงอ
ลำต้นแคระแกร็น หัวมันไม่เจริญเติบโต
เกษตรกรต้องถอนและไถทิ้งเพื่อปลูกใหม่บางรายประสบปัญหาขาดแคลนไม่มีต้น
พันธุ์ปลูกทดแทน สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก

"ถึงแม้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ จะเข้ามาสำรวจและแนะนำให้ฉีดพ่นยา
แต่ก็ไม่สามารถกำจัดหรือยับยั้งเพลี้ยดังกล่าวที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง
ได้ ส่วนตนปลูกมันฯทั้งหมด 40 ไร่ ถูกเพลี้ยแป้งกัดกินเสียหายไปแล้วกว่า
20 ไร่ จากที่ต้องลงทุนเพาะปลูกเฉลี่ยไร่ละ 6,400 บาท ได้ผลผลิตเฉลี่ย
4-5 ตันต่อไร่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อน
ด้วย" นายสมพร กล่าว

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นครราชสีมาน้ำท่วมสูง หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2552 11:22 น.
เจ้าหน้าที่เทศบาล ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา
เร่งสูบน้ำจากหมู่บ้านด่านเกวียน ซึ่งถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 50 เซนติเมตร
หลังเกิดพายุฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่
ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมเสียหายนับร้อยหลัง และถนนทางเข้าหมู่บ้าน
รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เช่นเดียวกับบ้านเรือนกว่า 500 หลัง ในพื้นที่ 5
หมู่บ้านของ ต.หนองบัวศาลา ก็ถูกน้ำท่วมขัง นอกจากนี้
น้ำยังท่วมทางเข้าหมู่บ้านและที่นาเสียหายกว่า 100 ไร่

เปิด"โรงไฟฟ้ากังหันลม"โคราชใหญ่สุดของไทย - กฟผ.เล็งทุ่มอีกพันล้าน -ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - "รมว.พลังงาน"
ประธานเปิด"โรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง"ใหญ่ที่สุดของไทย
บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว
เผยเป็นพลังงานสะอาดลดก๊าซเรือนกระจกปัญหาโลกร้อน ประเดิมติดตั้งกังหันลม
2 เครื่องมูลค่า 145 ล้าน ผลิตไฟฟ้าได้ 2.5 เมกะวัตต์
ระบุเอกชนสนใจเข้ามาลงทุนจำนวนมากในหลายพื้นที่ ด้านผู้ว่า
กฟผ.เผยทดลองใช้ 1 ปี ก่อนทุ่มงบฯ อีกกว่า 1,000 ล้าน ผุดเพิ่ม 15
เครื่องกำลังผลิต 30 เมกะวัตต์
พร้อมหวังเนรมิตเป็นทุ่งกังหันลมแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

วันนี้(15 พ.ค.) ที่ บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนของเขื่อนลำตะคอง
เขายายเที่ยง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานพิธีเปิด
"โรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง" ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมี นายสุวัจน์
ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี,พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่
2, นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายสมบัติ
ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ นักเรียน
นักศึกษาและประชาชนชาว จ.นครราชสีมากว่า 2,000 คนเข้าร่วมพิธีเปิด

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า
จ.นครราชสีมาถือเป็นเมืองแห่งพลังงานทดแทน
เพราะเป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนจากพืชเกษตรโดยเฉพาะมันสำปะหลังและอ้อยใหญ่
ที่สุดของประเทศ รวมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ , พลังงานจากขยะ, พลังงานน้ำ
และภายในปี 2554-55 นี้ โครงการวางท่อส่งแก๊ส NGV ของ ปตท. จะมาถึง
จ.นครราชสีมา ซึ่งจะทำให้โคราชเป็นศูนย์กลางกระจายแก๊สNGV ของภาคีสาน

ล่าสุดวันนี้โคราชมีโรงไฟฟ้ากังหันลมซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังที่
สะอาด และเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
หลังจากก่อนหน้านี้ในพื้นที่เดียวกันนี้ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคอ
งสูบกลับไปแล้ว ซึ่งนับเป็นการพัฒนาการใช้พลังงานสะอาดในประเทศที่มีศักยภาพสูง
เพิ่มทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ
และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
อีกทั้งจะเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาในด้านการวิจัยด้านพลังงานสะอาดสนอง
นโยบายรัฐบาล และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจ.นครราชสีมา ด้วย

โดยระบบผลิตไฟฟ้ากังหันลม ดังกล่าว เป็นเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน
แต่ผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน มีความสูง 68 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 64
เมตร ขนาดกำลังการผลิต 1.25 เมกะวัตต์/ชุด ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 2 ชุด
รวมกำลังการผลิต 2.5 เมกะวัตต์ ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 145 ล้านบาท
สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 4.6 ล้านหน่วย
ทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ 1.1 ล้านลิตรต่อปี
และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,300 ตันต่อปี

สำหรับพื้นที่บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนของเขื่อนลำตะคอง เขายายเที่ยง
ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
แห่งนี้มีศักยภาพของพลังงานลมดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
สามารถรับกระแสลมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.-เม.ย) และ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.-ต.ค.) มีความเร็วเฉลี่ย 5-6 เมตรต่อวินาที
และ พื้นที่ จ.นครราชสีมา
ยังมีอีกหลายอำเภอที่มีศักยภาพในการตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้ากังหันลม เช่น
อ.ด่านขุนทด เป็นต้น

นพ.วรรณรัตน์ กล่าวต่อว่า
การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนั้นแม้ว่าต้นทุนจะสูงกว่าพลังงานทดแทนชนิดอื่นๆ
ก็ตาม แต่ถือเป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมดและมองระยะยาวถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุน
โดยรัฐบาลจะรับซื้อไฟฟ้าในราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหน่วยละ 3.50 บาท
เพื่อสร้างแรงจูงในให้ภาคเอกชน
ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจเสนอตัวเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ตามแผนพลังงานทดแทน 15 ปีของไทย
เราจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจาก 6.4%
ของพลังงานทั้งหมดในปัจจุบัน เป็น 20% ในอีก 15 ปี ข้างหน้า
โดยครึ่งหนึ่งหรือ 10% จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานร่วมทั้งพลังงานลม
พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และ พลังงานจากชีวมวล ไบโอแก๊ส เช่น
พลังงานลมจาก 2.5 เมกะวัตต์ในวันนี้ จะเพิ่มเป็น 800 เมกะวัตต์
ซึ่งต้องติดตั้งกังหันลมถึง 670 ตัวเป็นอย่างน้อย ส่วนอีกที่เหลือ 10%
เป็น พืชพลังงาน เช่น มันสำปะหลัง,
กากน้ำตาลมาผลิตเป็นเอทานอลมาผสมน้ำมันเบนซิน เป็นแก๊สโซฮอล์
และสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ในภาคการขนส่ง

ด้านนายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) กล่าว่า การติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง
เป็นหนึ่งในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศปี พ.ศ. 2547-2562 (PDP 2004)
ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน
ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกังหันลม
ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2550
ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กฟผ. ห่วงใยเรื่องพลังงานสะอาดมาก
ซึ่งมีแผนใหญ่ที่วางไว้อยู่แล้วแต่ต้องใช้เวลา โดย
กฟผ.มีแผนจะสร้างพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานสะอาดให้ได้ 211 เมกะวัตต์
ภายในปี 2561 ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปมากแล้ว
โดยได้สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำไปแล้ว 84 เมกกะวัตต์ ลงทุนไป 4,000
กว่าล้านบาท

สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม เริ่มต้นที่ ลำตะคอง
อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในวันนี้จำนวน 2 เครื่อง ใช้เงินลงทุน 145 ล้านบาท
ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุด ส่วนผลกระทบด้านต่างๆ
นั้นเท่าที่ศึกษาแล้วไม่มี ชาวบ้านโดยรอบพื้นที่โครงการให้การสนับสนุน
และในอนาคตประมาณ 1 ปีข้างหน้า
กฟผ.มีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้ากังหันลมที่นี่อีก 15 ชุด มีกำลังผลิต 30
เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

"หากดำเนินการสำเร็จ ที่นี่จะกลายเป็นทุ่งกันหันลม
เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ไปในตัวด้วย โดยทั้งนี้จะดูศักยภาพของกังหันลม 2
เครื่องนี้ไปประมาณ 1 ปี รวมถึงดูการตอบรับจากชาวบ้าน
จากนั้นจึงจะขยายเพิ่มเติมตามแผนดังกล่าว ส่วนพื้นที่อื่นที่
กฟผ.มองไว้และมีศักยภาพลมพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมได้ คือ จ.ลพบุรี และ
อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์" นายสมบัติ กล่าว

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะแพงกว่าพลังงานทดแทน
ชนิดอื่น แพงกว่าเท่าตัว
แต่เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนจึงมีเงินมาชดเชยให้
ขณะเดียวกันเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้านี้อย่างมาก

นายสมบัติ
ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ
ไทย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ตามแผนในปี 2553
จะเสนอข้อสรุปต่อรัฐบาล โดยตอนแรกที่ทำการศึกษาได้สำรวจอยู่ใน 10 พื้นที่
แต่ตอนนี้เหลือ 4 พื้นที่ ที่ดีที่สุด จ.ชัยนาทก็เป็น 1 ใน 4 ดังกล่าว
ซึ่งการสำรวจจะเสร็จสิ้นเดือน ต.ค. นี้
ถึงเวลานั้นจะมาดูข้อมูลและความเหมาะสมก่อนนำเสนอรัฐบาล

"จากการลงพื้นที่ประชาชนหลายพื้นที่ก็สนับสนุน
และประชาชนมีความรู้มากขึ้น
ข้อดีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คือไม่ก่อให้โลกร้อน
ประเทศตะวันตกเริ่มมาก่อสร้างกันมาก
อย่างประเทศเพื่อนบ้านก็มีการก่อสร้างคือ ประเทศเวียดนาม" นายสมบัติ
กล่าว


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000054666

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

โคราชเร่งผุดศูนย์เรียนรู้ก่อนประวัติศาสตร์ "แหล่งอารยธรรมโนนวัด" 4,500 ปี

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา-
โคราชเร่งเดินหน้าผุดศูนย์เรียนรู้สมัยก่อนประวัติศาสตร์
"แหล่งอารยธรรมบ้านโนนวัด" อ.โนนสูง ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
เผยการศึกษาใกล้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมเสนอของบรัฐบาลก่อสร้าง ร่วม 10
ล้านหลังออกแบบเสร็จแล้ว
ระบุแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัดเป็นแหล่งขุดค้นที่มีความสำคัญมากที่สุดของไทย
เหตุเป็นแหล่งกำเนิดสังคมเกษตรกรรมสังคมแรกอายุราว 4,500 ปี
ครอบคลุมตั้งแต่ยุคหินใหม่-สำริด-เหล็ก จนถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น
คล้ายบ้านเชียง แต่สิ่งขุดค้นได้มีจำนวนมากและคงสภาพความสมบูรณ์มากกว่า

วันนี้ (14 พ.ค.) ที่ห้องประชุมคุรุเวทย์ ชั้น 2 คณะคุรุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ศ.ดร.เศาวนิต
เศาณานนท์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
เป็นประธานเปิดการประชุมรายงานความคืบหน้าโครงการวิจัย
"การศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่น
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรมบ้านโนนวัด ต.พลสงคราม อ.โนนสูง
จ.นครราชสีมา" โดยมี พระภิกษุ, ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
และภาคีประชาชนบ้านโนนวัด เข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน

ศ.ดร.เศาวนิต เศาณานนท์
รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา เปิดเผยว่า
โครงการวิจัย "การศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่น
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรมบ้านโนนวัด ต.พลสงคราม อ.โนนสูง
จ.นครราชสีมา" เป็นการต่อยอดงานวิจัยของนักวิจัยชาวต่างชาติและชาวไทยที่ร่วมกันขุดค้น
แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด
เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่ง
โบราณคดีดังกล่าว โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎฯ
เป็นผู้ดำเนินการโครงการวิจัยการศึกษาเพื่อพัฒนาฯ
โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของการประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน

สำหรับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลดังกล่าว
มีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษารวบรวมข้อมูลพื้นฐานด้านกายภาพท้องถิ่น
ประกอบด้วย การตั้งถิ่นฐาน, กิจกรรมความเป็นอยู่, หลักฐานด้านชาติพันธุ์
ประกอบกับข้อมูลด้านวัฒนธรรม
วีถีชีวิตและสิ่งยึดเหนี่ยวของชุมชนในปัจจุบัน ผ่านศิลปะ
ด้านดนตรีการละเล่นรวมถึงกิจกรรมทางสังคม อาชีพ เศรษฐกิจ
และวิสาหกิจชุมชนต่างๆ
เพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่มีความเข้มแข็งโดยประชาชนมีส่วน
ร่วม

ศ.ดร.เศาวนิต กล่าวต่อว่า ล่า สุดจนถึงขณะนี้
การดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว ได้ผ่านขั้นตอนตามกระบวนการวิจัย
เป็นองค์ความรู้เพื่อการจัดระบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่นที่
เกือบเสร็จสมบูรณ์ในทางรายงานเอกสารแล้ว
โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนและประชาชนรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งการบริจาคที่ดินจากเจ้าของที่ดินที่เป็นหลุมขุดค้นหลักและจัดซื้อที่ดิน
เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่น
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ฯ

โดยขณะนี้ได้ทำการออกแบบตัวอาคารเรียบร้อยแล้ว
ส่วนการก่อสร้างได้เสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลประมาณ 10 ล้านบาท
หากได้รับการอนุมัติสามารถก่อสร้างได้ทันที
โดยภายในอาคารดังกล่าวจะรวบรวมเรื่องราวชีวิตของชาวบ้านโนนวัด
และความสำคัญของแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งนี้
พร้อมจำลองการขุดค้นของนักวิจัย ซึ่งจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ
ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด ตั้งอยู่
หมู่ 11 บ้านโนนวัด ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
ได้มีสำรวจทางโบราณคดีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2547 โดย ศ.ชาร์ลส ไฮแอม
นักวิจัยชาวนิวซีแลนด์ และ ดร.รัชนี ทศรัตน์ นักวิจัยชาวไทย
เมื่อครั้งเข้ามาทำการวิจัยในบริเวณลุ่มแม่น้ำมูลในแอ่งโคราช
โดยจากภาพถ่ายทางอากาศและเดินสำรวจโดยรอบแหล่งโบราณคดีพบว่าบริเวณดังกล่าว
เป็นเนินดินมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ 3 ชั้น
และยังพบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบและโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากที่มีอายุ
ระหว่าง 3,050-4,500 ปี

จากการขุดค้นทำให้ทราบว่า แหล่ง
โบราณคดีบ้านโนนวัดมีการตั้งรกรากของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านโนนวัด
แหล่งขุดค้นนี้มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
เนื่องจากเป็นที่ตั้งรกรากของสังคมเกษตรกรรมสังคมแรก
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ยุคหินใหม่,สำริด,เหล็ก จนถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น
ซึ่งมีความยาวนานคล้ายบ้านเชียง
แต่สิ่งที่ขุดค้นได้มีจำนวนมากกว่าบ้านเชียงและยังคงสภาพความสมบูรณ์ไว้ได้
มีประโยชน์ต่อการศึกษา
ความต่อเนื่องของวัฒนธรรมโบราณซึ่งยังไม่เคยปรากฏขึ้นในประเทศไทย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000054076

ฝนถล่มโคราชน้ำท่วมอ่วมหลายพื้นที่ เตือนอีสานระวังท่วมฉับพลันถึง 19 พ.ค.

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา -
ฝนถล่มโคราชตลอดทั้งคืนส่งผลน้ำท่วมอ่วมหลายพื้นที่ ด้านสถานีอุตุฯ
เผยช่วงนี้อีสานมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 80 ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ระบุมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึง 19 พ.ค. ประกอบกับเข้าสู่ต้นฤดูฝน
เตือนผู้เลี้ยงสัตว์ดูแลโรงเรือนให้ถูกสุขลักษณะ
เพื่อไม่ให้สัตว์ป่วยและระวังโรคพืชจากเชื้อรา ขณะที่ศูนย์ ปภ.เขต 5
โคราชแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัย 4 จว.อีสานล่างรับมือน้ำป่าไหลหลาก
ดินถล่ม แนะปชช.ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศต่อเนื่อง

วันนี้ (14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครราชสีมาว่า
หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา
โดยเฉพาะที่ชุมชนบ้านด่านเกวียนวิลล่า ริมถนนราชสีมา-โชคชัย ต.ด่านเกวียน
อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา
ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน
น้ำท่วมขังสูงกว่า 70 ซม. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 150 รายรวม
กว่า 35 ครอบครัว

นายนันทิพัฒน์ บุญวิไลทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 232 หมู่ 3
ชุมชนด่านเกวียนวิลล่าซอย 2 ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา
เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนวันนี้ออกไปทำงานไม่ได้
เพราะบ้านถูกน้ำท่วม
โดยน้ำได้เอ่อเข้าท่วมหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้และสูงขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งหมู่บ้านนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมานาน
และไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่าง
จริงจัง ชาวบ้านต้องไปหาเช่าเครื่องสูบน้ำและกระสอบทรายมาแก้ไขปัญหากันเอง
แต่เครื่องสูบน้ำหาได้แค่ 2 ตัวเล็กๆ ระบายน้ำได้เพียงเล็กน้อย เท่านั้น

"จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือ
โดยด่วน หากปล่อยไว้เช่นนี้ ชาวบ้านก็ต้องเดือดร้อนต่อไป
พอฝนตกน้ำก็ท่วมหมู่บ้านทุกครั้ง ไม่เป็นอันต้องทำมาหากินอะไรกัน"
นายนันทิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายสงัด สายใหม่ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยานครราชสีมา
เปิดเผยว่า ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่
และเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน
สำหรับสภาพอากาศภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทั่วไปวันนี้มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
ไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณ จ.นครพนม หนองบัวลำภู
ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ และ จ.อุบลราชธานี
อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ในช่วงวันนี้ไปจนถึง 16 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป
และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 17-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ
ถึงกระจาย อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส โดยระยะนี้เป็นช่วงต้นฤดูฝน
ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรดูแลสภาพโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะ
และควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
เพื่อป้องกันสัตว์ปรับตัวไม่ทันทำให้เป็นโรคได้ง่าย

สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ในระยะนี้ไม่ควรปลูกแน่นจนเกินไป
เพราะจะทำให้ความชื้นสะสมสูง ในแปลงปลูก
เป็นสาเหตุของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา

ขณะที่ นายวัลลภ เทพภักดี
ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 5 นครราชสีมา
กล่าวว่า ทางปภ.เขต 5 ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก
น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงนี้
เพราะหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคกลางตอนล่าง
ภาคตะวันออกและอ่าวไทยตอนบน
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณ จ.นครราชสีมา
สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ศูนย์
ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะ
น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้
และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
เพื่อการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น
หากประชาชนในพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย
วาตภัยและดินถล่ม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ปภ. เขต 5
นครราชสีมาและ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัด
หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

"หางแดง" จ๋อย! คนร่วมแค่หยิบมือ จี้ขนส่งโคราชแจงสกัดรถเข้ากรุง

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - "หางแดง" โคราชจ๋อย มีคนเข้าร่วมแค่หยิบมือ
เข้ายื่นหนังสือจี้ขนส่งฯนครราชสีมาชี้แจง
อ้างสกัดรถโดยสารจ้างเหมาขนเสื้อแดงเข้าชุมนุม ที่วัดไผ่เขียว กรุงเทพฯ
ต้องจอดรถปล่อยทิ้งม็อบไว้ระหว่างทาง ที่สีคิ้ว

วันนี้ (13 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30
น.ที่บริเวณด้านหน้า สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 1 ถ.มิตรภาพ
อ.เมือง จ.นครราชสีมา
กลุ่มคนเสื้อแดงโคราชที่เพิ่งประกาศจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการชื่อ
"แดงทั้งแผ่นดิน D-D Club นครราชสีมา" ไม่เกิน 20 คน นำโดย นายฉลอง
แสงราษฏร์เมฆินทร์ (น้อยแสง) และ นายละออ เปียทอง
ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัด
นครราชสีมา เรียกร้องให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการสกัดรถโดยสารไม่ให้ไปส่งกลุ่มคนเสื้อ
แดงโคราชเข้าชุมนุมที่วัดไผ่ล้อม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา
โดยมี นายชาติชาย มัฆวิมาลย์ นักวิชาการ 7 ว.
สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม

นายฉลอง แสงราษฏร์เมฆินทร์ (น้อยแสง) แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช
เจ้าของฉายา "นักจัดตั้งม็อบรับจ้าง" ตัวยง
อดีตแกนนำม็อบเกษตรกรมันสำปะหลัง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า
การเดินทางมาชุมนุมกันในครั้งนี้เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช
มีข้อสงสัยในการกระทำของทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา
ที่มีคำสั่งให้สกัดรถบัสโดยสารของทางกลุ่มเสื้อแดงที่ใช้โดยสาร
เดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่วัดไผ่เขียว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10
พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยเจ้าของรถบัสโดยสารที่รับจ้างเหมาในวันดังกล่าว อ้างว่า
ไม่สามารถไปส่งยังปลายทางได้เนื่องจากถูกข่มขู่ว่าจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตเดิน
รถโดยสารประจำทาง จึงจอดทิ้งกลุ่มคนเสื้อแดงไว้ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้รับความเสียหายโดยคิดเป็นจำนวนเงิน 22,800 บาท

"ดังนั้น วันนี้จึงมาเรียกร้องให้ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา
แสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเสื้อแดงทุกประการ
และชี้แจงข้อเท็จจริง หากภายใน 1
สัปดาห์ทางขนส่งจังหวัดฯไม่ได้รับการชี้แจงทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะเข้าแจ้ง
ความดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป"

ด้าน นายชาติชาย
ได้รับหนังสือจากกลุ่มคนเสื้อแดงและรับปากจะส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการสำนัก
งานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว
จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงจึงสลายการชุมนุมไปอย่างสงบ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นที่สังเกตว่า
การเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องกับทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมาของ
กลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้ (13 พ.ค.)
เต็มไปด้วยความทุลักทุเลสามารถเข้ายื่นได้ในเวลาเกือบ 12.00 น.แบบเงียบๆ
หลังจากผู้สื่อข่าวเดินทางกลับเกือบหมดแล้ว
จากนัดหมายเดิมจะรวมตัวหน้าบริเวณหน้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา
เป็นจำนวนมากก่อนเคลื่อนขบวนไปยื่นในเวลา 10.00
น.แต่สุดท้ายรวมคนได้แค่เพียงไม่เกิน 20 คนเท่านั้น
เนื่องจากแกนนำไม่สามารถเกณฑ์ชาวบ้านเข้าร่วมได้ตามต้องการ
และไม่ได้มีการวางพวงหรีดประณามตามที่ประกาศไว้แต่อย่างใด

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"ราชมงคลอีสาน" ทำงามหน้า! กลุ่มคนเสื้อแดงโคราชสุมหัวป่วนชาติ-ตั้งองค์กรไล่ รบ./ประเดิมบุกขนส่งโคราช

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - "มทร.อีสาน" ทำงามหน้า ท้าทายรัฐบาล "มาร์ค"
เปิดห้องประชุมคณะวิศวะ ให้กลุ่มเสื้อแดงโคราชสุมหัวป่วนชาติ เผย
ประกาศจัดตั้งองค์กร "แดงทั้งแผ่นดิน D-D Club นครราชสีมา"
อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดศูนย์ประสานงานเครือข่าย 32 อำเภอ
ย้ำเดินหน้าขับไล่รัฐบาล-ร้องยุบสภา-นำ รธน.40 กลับมาใช้เอื้อ "พ่อแม้ว"
ระบุ เตรียมจัดคอนเสิร์ตหาเงินที่โคราชนำร่องเป็นจังหวัดแรก 30 พ.ค.นี้
ลั่นประเดิมจัดตั้งองค์กรยกแก๊งม็อบแดงบุก ประท้วง
สนง.ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา พรุ่งนี้ อ้างขวางขนคนเข้ากรุง

วันนี้ (12 พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ห้องประชุม อาคารที่ 16
สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) นครราชสีมา
กลุ่มเสื้อแดงโคราชประมาณ 50 คน นำโดย นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์
(น้อยแสง) และ นายละออ เปียทอง
ได้ประชุมเพื่อจัดตั้งองค์กรของกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชอย่างเป็นทางการพร้อม
เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ (น้อยแสง) แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช
เปิดเผยว่า วันนี้ (12 พ.ค.)
ทางกลุ่มได้มีการประชุมหารือในการจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
โดยที่ประชุมมีมติว่า กลุ่มคนเสื้อแดงโคราชได้จัดตั้งองค์กรขึ้น
ภายใต้ชื่อ "แดงทั้งแผ่นดิน D-D Club นครราชสีมา"
พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานโดยมีตนเป็นประธาน และ นายละออ เปียทอง
เป็นรองประธาน และมีคณะที่ปรึกษาที่เป็นนักวิชาการ เช่น ดร.เสน่ห์
บุญรำไพ อาจารย์ประจำ คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) นครราชสีมา

นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการบริหารองค์กร ที่เป็นตัวแทนจาก 32 อำเภอ
ของ จ.นครราชสีมาอีกกว่า 10 คน โดยศูนย์ประสานงานดังกล่าว
จะตั้งอยู่เลขที่ 442/187 ถ.ราชสีมา-โชคชัย ต.หัวทะเล อ.เมือง
จ.นครราชสีมา

สำหรับ องค์กร "แดงทั้งแผ่นดิน D-D Club นครราชสีมา" นี้
จะเป็นองค์กรขับเคลื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช เป้าหมายหลักขององค์กร
คือ ถักทอสานต่องานเดิมและประสานพี่น้องเสื้อแดงในต่างอำเภอเพื่อจะได้มารวมเป็น
กลุ่มเดียวกัน ในการขับเคลื่อนข้อเรียกร้องเดิมที่เคยเรียกร้องมาโดยตลอด
คือ ให้รัฐบาลยุบสภาแล้วลาออก และ นำรัฐธรรมนูญปี 2540
กลับมาใช้เหมือนเดิม

ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนต่อไป คือ
การขยายสมาชิกเพิ่มเติมและระดมทุนในการจัดคอนเสิร์ต
เพื่อหาเงินมาใช้ในการขับเคลื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อไปจนกว่าจะบรรลุภาระ
กิจและเป้าหมาย

นายฉลอง กล่าวอีกว่า ในวันที่ 30 พ.ค.นี้
ทางกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อประชาธิปไตยนำร่องเป็นจังหวัด
แรกของภูมิภาคต่างจังหวัด ใช้ชื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ ว่า "แดงทั้งแผ่นดิน
D-D Club" เพื่อระดมทุนการขับเคลื่อนภาคประชาชนในนามกลุ่มคนเสื้อแดง

ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาสถานที่
โดยจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตในราคา 100 บาท คาดว่า
จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางเข้าร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 30,000
คน ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้จะมีแกนนำคนสำคัญของ
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ขณะนี้ที่ตอบรับมาชัดเจน คือ นายอริสมันต์
พงษ์เรืองรอง

"การ จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นงานใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช
และหากที่โคราชประสบความสำเร็จจะมีการขยายไปจัดยังจังหวัดอื่นๆ
ทั่วประเทศต่อไป โดยกลุ่มจังหวัดเป้าหมายแรก คือ ขอนแก่น ชัยภูมิ
บุรีรัมย์ สุรินทร์ และ ศรีสะเกษ" นายฉลอง กล่าว

นายฉลอง กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.)
กลุ่มคนเสื้อแดงโคราชได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะ
มอลล์ นครราชสีมา ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปบุกประท้วงและวางพวงหรีด
ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 1
เพื่อประณามการใช้อำนาจกลั่นแกล้งขัดขวางไม่ให้ผู้ประกอบการรถโดยสารของ
จังหวัดนครราชสีมา
รับจ้างเหมาไปส่งกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า
การเคลื่อนไหวจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้
ถือเป็นครั้งแรกที่ มทร.อีสาน
อนุญาตให้กลุ่มคนเสื้อแดงโคราชใช้สถานที่จัดประชุมเคลื่อนไหวเป็นทางการ
อย่างเปิดเผย และมีอาจารย์บางคนเข้าร่วมเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน
สอดคล้องกับรายงานข่าวแจ้งว่า มีบรรดาอาจารย์ และระดับผู้บริหาร
มทร.อีสานหลายคนโดยเฉพาะในคณะวิศวกรรมศาสตร์
ทำตัวเป็นอีแอบสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงอยู่เบื้องหลัง
แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะออกมาประกาศตัวหรือเปิดเผยตัวเอง
ซึ่งเป็นที่มาของการเปิดไฟเขียวให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปใช้ห้องประชุมและ
อุปกรณ์ เครื่องมือ ของมหาวิทยาลัย
ในการสุมหัวจัดตั้งมวลชนเดินหน้าป่วนชาติบ้านเมือง ขับไล่รัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีอาญาแผ่นดินกับพวก ในวันนี้ (13 พ.ค.)

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052968

ฮือฮา ! ภาพผลงาน"นศ."เหยื่อฆ่าตัดตอนยุค"แม้ว" - งานแสดงศิลปะราชภัฎโคราช 6 มิ.ย.

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ม.ราชภัฎนครราชสีมา เตรียมจัดงานแสดงศิลปะครั้งใหญ่
6-10 มิ.ย.ที่ เดอะมอลล์โคราช เผย"หม่อมเจ้าฑิฆัมพร"
เป็นประธานเปิดพร้อมศิลปินแห่งชาติชื่อดังเมืองไทยเข้าร่วมเพียบ
หวังให้นศ.ปีสุดท้ายแสดงศักยภาพสร้างสรรค์ผลงานด้านทัศนศิลป์
ด้วยทักษะและแนวคิดตัวเองสู่สาธารณชน ระบุมีผลงานศิลปะโดดเด่นจัดแสดงกว่า
100 ชิ้น เผยฮือฮาผลงานนศ.ลูกเหยื่อฆ่าตัดตอนถ่ายทอดความโหดร้ายป่าเถื่อนของสงคราม
ปราบยาเสพติดยุค "นช.แม้ว" ครองเมือง ผ่านภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.สามารถ จับโจร
ประธานโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา พร้อมคณาจารย์
และนักศึกษาโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ ชั้นปีที่ 4 ร่วมกันแถลงข่าว
การจัดงานโครงการ"นิทรรศการการแสดงผลงานศิลปะนิพนธ์ ครั้งที่ 9 "
ระหว่างวันที่ 6-10 มิ.ย.นี้ ที่ ห้อง MCC HALL ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์
นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ผศ.ดร.สามารถ จับโจร ประธานโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ เปิดเผยว่า
การจัดแสดงผลงานศิลปะนิพนธ์ของโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาสร้างสรรค์ผลงานทางด้านทัศนศิลป์ด้วยทักษะและแนวความ
คิด ที่เป็นแนวทางของตนเอง
ทั้งงานด้านวิจิตรศิลป์และงานด้านประยุกต์ศิลป์
โดยในงานจะเน้นการแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย
และ ผลงานนักศึกษาปัจจุบันรวมถึงศิษย์เก่าที่คาดว่า
จะมีผลงานทางด้านศิลปะมาร่วมแสดงในงานนี้ไม่น้อยกว่า 100 ผลงาน

ในงานดังกล่าวจะมีศิลปินที่มีชื่อเสียงมาร่วมในงาน
และนำผลงานแสดงผลงานมาร่วมแสดงด้วย เช่น อ.ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ
สาขา ทัศนศิลป์ , อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
, อ.ศราวุธ ดวงจำปา ศิลปินนานาชาติ และ อ.เดช นานกลาง
ศิลปินท้องถิ่นผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษทางเครื่องปั้นดินเผา โดยมี
หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เป็นประธานในพิธีเปิดงานเวลา 17.00 น.วันที่ 6
มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมสาธิตเทคนิค
และวิธีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากนักศึกษา เช่น การวาดรูปเหมือน ,
การระบายสี และ การวาดเส้น กิจกรรมการแสดงของนักศึกษา
,การแนะแนวการศึกษาต่อสาขาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางด้านศิลปะและการออกแบบ
เพื่อช่วยเติมเต็มให้กับสุนทรียภาพ ในภาคส่วนของสังคมในปัจจุบันที่ยังขาด
ซึ่งหลักธรรมาภิบาลทางความงามที่นับว่าเป็นส่วนสำคัญ
สำหรับโครงสร้างของความเป็นมนุษย์ที่ต้องให้ความสำคัญทัดเทียมกับศาสตร์และ
สาขาวิชาอื่นๆ

รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ผลงานด้านวิชาการศิลปะ
และเป็นการประชาสัมพันธ์โปรแกรมวิชาทัศนศิลป์
คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ด้วย

"การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการจัดแสดงผลงานทางด้านศิลปะครั้งใหญ่ที่
สุดของมหาวิทยาลัยราชภัฎในประเทศไทย
ซึ่งผู้เข้าชมงานหากประทับใจชิ้นงานของนักศึกษาและศิลปินท่านใดสามารถสนับ
สนุน ๆ ได้ ซึ่งแต่ละชิ้นงานของนักศึกษาที่นำมาแสดงจะมีเจ้าของผลงานนั้นคอยอธิบายและ
บอกเล่าที่มาที่ไปของชิ้นงานที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้นมา" ดร.สามารถ กล่าว

ดร.สามารถ กล่าวอีกว่า
สำหรับชิ้นงานที่ได้รับความสนใจเป็นฮือฮาในหมู่อาจารย์นักศึกษามากเป็นพิเศษ
ในขณะนี้ คือ ผลงานภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ของ นายกีรติ มองขุนทด
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 โปรแกรมทัศนศิลป์
ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านการสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
โดยเขาสร้างสรรค์ผลงานออกมาจากแรงกดดัน และสิ่งที่เขาถูกกระทำโดยตรง
สืบเนื่องจากแม่ของนักศึกษาคนนี้
เป็นหนึ่งในเหยื่อผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฆ่าตัดตอนทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในช่วงการประกาศทำสงครามปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ชิ้นงานของนักศึกษาคนนี้ได้แสดงออกมาด้วยภาพวาดสีน้ำมัน
ให้เห็นถึงความโหดร้าย เปรียบชีวิตคนเราเหมือนหมู หมา
ที่ตายเกลื่อนอยู่บนท้องถนนกลางเมือง มีแร้งและอีกาคอยจิกกิน
โดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ไม่ให้ความสนใจ
บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพเสมือนบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้ขื่อแป

"นอกจากนี้ยังมีผลงานโดดเด่นของนักศึกษา
อีกจำนวนมากที่สะท้อนสังคม การเมือง วิถีชีวิตต่างๆ
ออกมาด้วยศิลปะที่หลายหลากมิติแนวคิด
ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาและขยายโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงผลงานศิลปกรรมและ
ศักภาพของการเรียนรู้สู่สาธารณชน
จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจเข้าชมผลงานการแสดงศิลปะนิพนธ์ดังกล่าว
ที่ห้างฯ เดอะมอลล์ นครราชสีมา 6-10 มิ.ย. นี้ ด้วย" ผศ.ดร.สามารถ
กล่าวในที่สุด

from http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000053455

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ภาคีฯ ราชภัฏโคราชแถลงต้านแก้ รธน./นิรโทษกรรม ชี้ฟอกซากเน่า "นช.แม้ว" สร้างหายนะ-ปิดตาย "การเมืองใหม่"

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ภาคีคณาจารย์-นศ.ม.ราชภัฏโคราช
สุดทานเปิดแถลงข่าวคัดค้านการแก้ไข รธน.2550 และนริโทษกรรม
ชี้เป็นการฟอกนักการเมืองซากเน่า และ "นช.แม้ว" กับพวก
ให้กลับมาโกงชาติกินเมืองต่อไป โดยที่ประเทศชาติประชาชนไม่ได้อะไร เผย
หากดึงดันได้สมใจถือเป็นหายนะ และ "การเมืองใหม่" ถูกปิดตายลงทันที
แนะรัฐบาลมาร์คควรให้ความสำคัญแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจชาติเป็นเรื่องเร่งด่วน
ดับแรก

ช่วงบ่าย วันนี้ (10 พ.ค.)
ที่ห้องประชุมอาคารโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
อ.เมือง จ.นครราชสีมา ภาคีคณาจารย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
นำโดย ผศ.ดร.สามารถ จับโจร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ แสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และ
นริโทษกรรมนักการเมือง

โดยสาระสำคัญของแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า
วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จนทำให้รัฐบาลโดยการนำของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเสนอแนะแนวทางแก้ไขวิกฤตการณ์ของชาติ
ด้วยการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
โดยเฉพาะข้อเรียกร้องหลักของนักการเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์ คือ
ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นปัญหาทำให้สถานะของพรรคการเมืองและ
นักการเมืองอ่อนแอ เช่น มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง, มาตรา 190
เกี่ยวกับการทำสัญญาระหว่างประเทศกับประเทศต่างๆ และบทเฉพาะกาล
ที่เป็นการรับรองการทำงานขององค์กรอิสระ ในยุคคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(คมช.) ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับคดีความทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี และ พวก เป็นต้น

ตลอดจนการพยายามนิรโทษกรรมอดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 111+109
ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
ในคดียุบพรรคการเมือง
เพื่อปลดล็อกพันธนาการบรรดาซากศพทางการเมืองเหล่านี้ได้หลุดพ้นจากภาวะการ
จองจำ ซึ่งหากบรรลุวัตถุประสงค์ตามนั้น เชื่อว่า
หายนะทางการเมืองของไทยคงอุบัติขึ้น ช่องทางเดินของ "การเมืองใหม่"
จะถูกปิดตายลงทันที
แต่กลับเปิดกว้างรอรับดวงวิญญาณเร่ร่อนของนักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์
ขายได้แม้แต่เกียรติยศศักดิ์ศรีตัวเอง
ได้กลับเข้ามาสิงสู่แทะเล็มหาผลประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนอีกต่อไป

อาการกระเหี้ยนกระหือรือต้องการแก้ไข้รัฐธรรมนูญของบรรดานักการเมือง
น้ำครำ และล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ ด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นว่า
เพื่อผ่อนคลายวิกฤตทางการเมือง นั้น
หากมองในมุมกลับกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว
ประชาชนและประเทศชาติไม่ได้อะไรเลย
ตราบใดที่ประเทศชาติยังถูกครอบงำด้วยนักการเมืองเก่า ระบบเก่า
และเข้ามาในสภาด้วยการซื้อสิทธิขายเสียงแบบเก่า ๆ
สามัญสำนึกที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมืองก็จะถูกซ่อนไว้ใต้พรมเช็ดเท้าของพวกเขา
ต่อไป

ดังนั้น การคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550
น่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่า
และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันคู่ขนานไปกับการใช้ยาขนานแรง
จึงจะสามารถทำลายเชื้อร้ายทางการเมืองให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทยได้

ฉะนั้น ภาคีคณาจารย์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ขอยืนยัน และยึดมั่นในเงื่อนไขของการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า
เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเหมาะสมกับการเมือง
และสถานะของนักการเมืองที่ไร้คุณธรรม จริยธรรมของไทยในขณะนี้
และขอให้บรรดาซากเน่าทางการเมืองได้หยุดการพยายามทุกวิถีทางที่จะได้มาซึ่ง
เงื่อนไขและโอกาสในการต่อลมหายใจด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ
ออกกฎหมายนิรโทษกรรม
เพื่อฟอกตัวให้พ้นผิดและกลับมาโกงกินชาติบ้านเมืองต่อไป

พร้อมทั้งอยากตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น
จะเป็นทางออกของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
หรือจะเป็นหนทางตีบตันทางการเมืองกันแน่

ผศ.ดร.สามารถ จับโจร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2550 ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและยังไม่ถึงเวลาเพราะความจริงแล้วเพิ่งใช้บังคับมา
เป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
ตอนนี้นักการเมืองและรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของ
ประเทศชาติก่อนและถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องด่วนที่สุด
เพราะประชาชนเดือดร้อนกันทั่วประเทศ
หากเศรษฐกิจดีขึ้นประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้และเมื่อใช้รัฐธรรมนูญฉบับ
2550 นี้ไปได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ค่อยมาพูดกันถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีความไม่เหมาะสมหรือไม่อย่างไร
ในส่วนไหนบ้าง ที่ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

"หากรัฐบาลและบรรดานักการเมืองน้ำครำยังดึงดันที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐ
ธรรมนูญและออกกฎหมายนิรโทษกรรมต่อไป
ภาคีคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยภัฏนครราชสีมา
จะลุกขึ้นต่อต้านทุกวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย" ผศ.ดร.สามารถ กล่าว

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052024