วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สสจ.โคราช ย้ำ รง.ผลิตวัคซีน 2009 ปลอดภัย-ปชช.อย่าตื่นตระหนก/ควรภูมิใจเป็นแหล่งผลิต

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - สสจ.โคราช
ย้ำเชื้อที่นำมาผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่โรงงาน อ.ปากช่อง
นครราชสีมา เป็นเชื้อตายไม่อันตราย และไม่แพร่กระจาย วอน
ปชช.ชาวโคราชอย่าตื่นตระหนก แต่ควรภาคภูมิใจ
ที่ได้เป็นแหล่งผลิตวัคซีนช่วยให้คนไทยทั้งประเทศมีภูมิต้านทานโรคหวัดใหญ่
สายพันธุ์ใหม่ เตรียมส่งทีม จนท.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ปชช.ชี้
เป็นผลประโยชน์คนไทยทุกคนไม่น่าเอาการเมืองมายุ่งเกี่ยว

วันนี้ (21 ก.ค.) นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา
เปิดเผยถึงกรณีที่องค์การเภสัชกรรม และองค์การอาหารและยา (อย.)
จะใช้สถานที่ผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ที่สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ กองวัคซีนและเซรัม อ.ปากช่อง
จ.นครราชสีมา ทำให้ประชาชนชาวอำเภอปากช่องเตรียมคัดค้าน
หวั่นเชื้อโรคแพร่กระจาย ว่า เชื้อที่นำมาผลิตนั้นเป็นชนิดแห้ง
เป็นเชื้อตายไม่เป็นอันตราย และการนำเชื้อดังกล่าวมา
ก็เพื่อมาสร้างภูมิต้านทานให้กับประชาชนคนในประเทศ
ความจริงน่าจะชื่นชมทีมงานของกระทรวงสาธารณสุขที่คิดการณ์ไกล

ทั้งนี้ หากจะตั้งโรงงานผลิตวัคซีนขึ้นมาใหม่ก็คงต้องรออีกนาน
แต่โรงงานผลิตวัคซีนที่ อ.ปากช่อง เป็นสถานที่ผลิตวัคซีนมานานแล้ว
เพียงแต่จะปรับมาเป็นการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เท่านั้น ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยกันให้มีการพัฒนาผลิตวัคซีนนี้เกิดขึ้นมา

ในส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนนั้น
บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ
และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องมีระบบการควบคุมคุณภาพ
และความปลอดภัยให้ดีที่สุดอยู่แล้ว
ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเชื้อออกมาแพร่กระจายสู่คนในท้องถิ่น ขอให้มั่นใจได้
เพราะทุกขั้นตอนดูแลอย่างเต็มที่

"พวกเราชาวโคราชน่าจะภูมิใจด้วยซ้ำว่า
วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ผลิตอยู่ในจังหวัดของเราหรือผลิตในประเทศของเราได้และสามารถนำไปช่วยเหลือ
ประชาชนคนไทยได้ทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจอย่างมาก
ไม่ใช่เป็นโรงงานมาสร้างมลพิษหรือนำเชื้อโรคมาแพร่
แต่เป็นการมาสร้างภูมิต้านทานให้ประชาชน
บางประเทศไม่สามารถผลิตเองได้ต้องหาซื้อจากที่อื่นด้วยราคาแพง
แต่ประเทศไทยเราสามารถทำเองได้ก็จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก
ประเทศที่เจริญและพัฒนามากกว่าเรา ก็ไม่มีใครออกมาประท้วง
และเขากลับภูมิใจเสียอีก" นพ.วิชัย กล่าว

นพ.วิชัย กล่าวอีกว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
จะจัดส่งทีมงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน ไม่ให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะ
อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน (อสม.)
เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านจะเป็นตัวแทนของสาธารณสุขพูดคุยทำความเข้าใจให้
กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

"อย่างไรก็ตาม คงต้องเข้าไปทำความเข้าใจให้ประชาชนทราบผลดี
ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนคนไทย
เพราะเป็นผลประโยชน์ของทุกคนไม่น่าที่จะเอาการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ
เรื่องนี้และที่ซื้อมาผลิตประมาณ 2 ล้านโดสนั้น
ก็จะใช้ได้เฉพาะกลุ่มเสี่ยงประมาณ 30% ของจำนวนประชาชนทั้งหมดเท่านั้น
ไม่เพียงพอที่จะใช้สำหรับประชาชนทุกคน
ได้แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประเทศไทยเราจะผลิตเองได้" นพ.วิชัย กล่าว

เทศบาลนครโคราชเร่งผลิต "เจล-หน้ากาก" แจก ปชช.ไม่อั้นโหมสกัดหวัด 2009

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - เทศบาลนครนครราชสีมาเร่งผลิตเจลแอลกอฮอล์
หน้ากากอนามัย และบัญญัติ 10 ประการแจกฟรีประชาชนไม่อั้น
โหมสกัดการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เผยปูพรมทุกชุมชน
ร้านค้า ร้านอาหาร โรงเรียน
สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวและห้างสรรพสินค้า

วันนี้ (22 ก.ค.) ที่สำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา อ.เมือง
จ.นครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา
พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครฯ ได้นำเจลล้างมือแอลกอฮอล์ และ
หน้ากากอนามัยที่กองอนามัยเทศบาลนครนครราชสีมาและกลุ่มแม่บ้านในชุมชน
ผลิตขึ้นมาแจกจ่ายให้แก่ผู้นำชุมชน
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา โรงเรียน ร้านค้า ร้านอาหาร
และประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อนำไปใช้
ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามารับแจกเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยเป็น
จำนวนมาก

นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า
หลังมีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้
เจลล้างมือและหน้ากากอนามัยขาดตลาด ทางเทศบาลนครฯ
จึงมอบหมายให้กองอนามัยฯ
เร่งผลิตเจลล้างมือและให้กลุ่มแม่บ้านในชุมชนผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าออกมา
แจกจ่ายฟรีแบบไม่มีอั้น ให้กับประชาชนและผู้นำชุมชนทั้ง 39 ชุมชน
โรงเรียนในเขตเทศบาลนครทุกแห่ง รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร
ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้า พร้อมแจกคู่มือบัญญัติ
10 ประการในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009

"ทางเทศบาลนครฯ ได้เร่งรณรงค์ให้ประชาชนได้ช่วยกันป้องกัน
การแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว และจะกระจายแจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์
หน้ากากอนามันดังกล่าว ให้ครอบคลุมทุกชุมชน
ทุกธุรกิจที่ประกอบกิจการในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา" นายสุรวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถนำขวดแก้ว
หรือขวดพลาสติกมาขอรับเจลแอลกอฮอล์ ล้างมือฟรี
และหน้ากากอนามัยที่กองอนามัยเทศบาลนครนครราชสีมาได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ในวันเวลาราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแจกบัญญัติ 10
ประการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้กับประชาชนด้วย
เชื่อว่าจะสามารถสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อได้อีกทางหนึ่ง

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นพ.สสจ.นครราชสีมาตรวจเยี่ยมระบบการรักษาพยาบาลหวัดใหญ่ 2009 ที่ รพ.โนนสูง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
นพ. สสจ.นครราชสีมาตรวจเยี่ยมระบบการรักษาพยาบาลหวัดใหญ่ 2009 ที่
รพ.โนนสูง และสนับสนุนทำหน้ากากอนามัยใช้เอง วันนี้ (17 ก.ค.52) เวลา
12.00 น. ณ โรงพยาบาลโนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นพ.วิชัย
ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
เดินทางมาตรวจเยี่ยมระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่
2009 มาตรฐานของโรงพยาบาลชุมชน พร้อมเยี่ยมกลุ่ม อสม. ทำหน้ากากอนามัย
ที่จัดเย็บด้วยจักรเย็บผ้าจำนวน 25 ตัว นายแพทย์วิชัย ขัตติยวิทยากุล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า
จากสถานการณ์การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
ของคนไทยทั่วทุกภูมิภาค กับการขาดแคลนหน้ากากอนามัย วันนี้ แล้ว
สสจ.นครราชสีมา ได้ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในระบบการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลผู้ป่วยไข้
หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในระดับพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้
ซึ่งที่โรงพยาบาลโนสูง มีระบบบริการแบบช่องทางพิเศษ(One Stop Service)
ห้องปลอดเชื้อสำหรับผู้สงสัยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
การตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการที่โรงพยาบาลโนนสูง อ.โนนสูง
และมีระบบเฝ้าระวังร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโนนสูง
ศูนย์สุขภาพชุมชน และ อสม. อย่างใกล้ชิด ฝากเน้นให้ประชาชน กินร้อน
ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย หากป่วยเป็นหวัด นายแพทย์วิชัย
ขัตติยวิทยากุล กล่าวอีกว่า หากที่ใดที่หน้ากากอนามัยขาดแคลน
สามารถติดต่อกับ สสอ.โนนสูง หรือกลุ่ม อสม.พลจลก ต.มะค่า อ.โนนสูง
จ.นครราชสีมา ได้ราคาที่ถูกแน่นอน หรือประชาชนสามารถผลิตใช้เอง
โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาเองได้ ผ้าฝ้าย ผ้ายืด
หรือผ้าสาลูยางยืดหรือไส้ไก่ สำหรับทำหู นำผ้าที่เตรียมไว้แล้วพับจีบทวิช
ทำตามรูปแบบที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยเชิญชวนกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มจิตอาสา
หรือสถาบันการศึกษาต่างๆที่สามารถผลิตเองได้ ผลิตนำไปใช้เอง
หรือเพื่อผลิตจำหน่าย
แจ้งข่าวสารแหล่งผลิตได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
เพื่อรวบรวมไว้เป็นข้อมูลให้กับผู้มีความต้องการได้ใช้บริการต่อไป
ทางด้าน นางทวี จงรั้วกลาง ประธาน อสม. บ้านพลจลก บอกว่า ได้ใช้กลุ่ม
อสม. ที่เย็บเสื้อผ้าส่งขายอยู่เดิม หันมาเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้า
โดยใช้ผ้าสาลูเป็นวัตถุดิบ เบื้องต้นใช้เป็นผ้าขาว หนา 2 -.3 ทบ
แล้วจีบจีบทวิช เย็บร้อยกับยางยืด เป็นห่วงคล้องหู
ซึ่งวันหนึ่งกลุ่มที่มีกำลังการผลิต 30 คน สามารถทำได้ประมาณ 500 - 700
อัน ราคาขายส่ง ถ้าเป็นแบบ 2 ชั้น อันละ 5 บาท แบบหนา 3 ชั้น อันละ 7 บาท
ผู้สนใจสั่งซื้อได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้ใหญ่บ้าน นางสาคร อ่านเสลา
087-2478857 หรือติดต่อที่ โรงพยาบาลโนนสูงก็ได้ ทางด้าน นายแพทย์สมบัติ
ธนานุภาพไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโนนสูง กล่าวว่า
พื้นที่อำเภอโนนสูงพบผู้ป่วยต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง
ปัจจุบันได้รักษาอาการหายดีและกลับบ้านแล้ว
พบจำนวนผู้ป่วยด้วยหวัดทุกประเภทเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ถึง ร้อยละ 20
มีผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลเพิ่ม ร้อยละ 10
ขณะนี้เราพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่แม้จะเป็นการเพิ่มภาระของเจ้าหน้าที่
มากขึ้นซึ่งทุกคนยินดีให้บริการเพื่อพี่น้องประชาชนหายจากอาการเจ็บป่วย

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

"หวัด 2009" โคราชขยายวงกว้าง ติดเชื้อมากกว่า 30 ราย - ปชช.แห่ตรวจรักษาไข้หวัดอื้อ

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- สสจ.เผยการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009
โคราชขยายวงกว้าง ระบุมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 30 ราย ด้าน
ปชช.เป็นไข้หวัดแห่เข้าตรวจรักษาตาม รพ.ต่างๆ วันละกว่า 100 ราย เร่งระดม
จนท.สาธารณสุข-อสม. ออกให้ความรู้ ปชช.
และขอความร่วมมือสถานที่เสี่ยงติดโรค ร้านเกม-สถานบริการ-โรงหนัง
และห้างฯ แนะ ปชช.ดูแลสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ขณะที่
รพ.ค่ายสุรนารีพบผู้ป่วยหวัด 2009 แล้ว 17 ราย เป็นครอบครัวทหาร 4 ราย
ล่าสุดนักข่าวเคเบิ้ลท้องถิ่นป่วย
หลังเข้ารายงานข่าวแข่งวอลเลย์บอลชิงแชมป์ยุวชนโลกบน เดอะมอลล์
นครราชสีมา

วันนี้ (16 ก.ค.) นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า
ขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่
จ.นครราชสีมามีการแพร่กระจายเป็นวงกว้างประชาชนที่ป่วยเป็นไข้หวัดเข้ามา
ตรวจรักษากับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งใน อ.เมือง และต่างอำเภออีก 31 อำเภอ
ไม่น้อยกว่า 100 คนต่อวัน
ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งได้เก็บตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยส่งตรวจยังห้อง
ปฏิบัติการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจ
ส่วนที่ยืนยันว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คาดว่ามีมากกว่า
30 ราย และขณะนี้นอนพักรักษาอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา จำนวน
31 ราย

นพ.วิชัย กล่าวว่า
ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
(อสม.) ทั้ง 32 อำเภอ ออกให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ
สาธิตการสวมหน้ากากอนามัย
เพื่อป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
และเร่งตรวจขอความร่วมมือสถานที่ที่มีความเสี่ยงในการระบาดของโรคร่วมกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านเกม-อินเทอร์เน็ต, สถานบริการเริงรมย์,
โรงภาพยนตร์ และห้างสรรพสินค้า
ซึ่งประชาชนที่เข้าไปใช้บริการควรสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่จำเป็นควรหลีก
เลี่ยง

นพ.วิชัย กล่าวว่า
จากการลงพื้นที่ประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในการระบาดของโรคนี้ดี
และใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น แต่ยังไม่สวมหน้ากากอนามัยกันมากนัก
ตามสถานบันการศึกษาก็มีการรณรงค์ให้นักเรียนนักศึกษารู้จักป้องกันตนเอง
และคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัด หน้าเสาธงก่อนเข้าห้องเรียนทุกวัน
และที่ผ่านมามีสถาบันการศึกษาหลายแห่งปิดการเรียนการสอนไปหลังพบผู้ป่วย
เพื่อทำความสะอาดอาคารสถานที่ เช่น โรงเรียนมารีวิทยา,
โรงเรียนสุรนารีวิทยา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เป็นต้น
ซึ่งขณะนี้ทุกแห่งได้เปิดเรียนตามปกติแล้ว

"วิธีการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ดีที่สุด คือ
ประชาชนต้องมีสุขอนามัยที่ดี ทั้งการดูแลสุขภาพ
หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่านอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ
อย่าตากแดดตากลมนานเกินไป ที่สำคัญ กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง และ
ล้างมืออยู่บ่อยๆ" นพ.วิชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมือง
จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยไข้หวัดเข้ามารับตรวจรักษาเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดผลการตรวจยืนยันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วจำนวน 17 ราย
เป็นครอบครัวทหาร 4 ราย ขณะนี้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ โรงพยาบาลเซนแมรี่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009
เป็นผู้สื่อข่าวกีฬาสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลท้องถิ่นแห่งหนึ่งอาการยังน่าเป็น
ห่วง ต้องนอนพักรักษาอยู่ในห้องไอซียู จากประวัติผู้ป่วยคาดว่า
ติดเชื้อมาจากการเข้าไปรายงานข่าวทุกวันใน
การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลยุวชนหญิง (อายุไม่เกิน 18 ปี ) ชิงแชมป์โลก ปี
2009 ที่ห้องเอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 3-12
ก.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับต่างอำเภอ ที่ อ.สีคิ้ว
มีรายงานพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้วจำนวน 4 ราย
เช่นเดียวกับในอีกหลายอำเภอ

สสจ.นครราชสีมา ให้ความรู้ป้องกันหวัด 09 ตามร้านเกม อินเทอร็เน็ต

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
นาย แพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
ออกดำเนินการให้ความรู้กับผู้ประกอบการกิจการร้านเกม
ร้านอินเตอร์เน็ตในจังหวัดนครราชสีมา วันนี้ นายแพทย์วิชัย
ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
ออกดำเนินการให้ความรู้กับผู้ประกอบการกิจการร้านเกม
ร้านอินเทอร็เน็ตในจังหวัดนครราชสีมา
เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ และภายในสัปดาห์นี้
ก็มีทีมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและวัฒนธรรมจังหวัดไปทุกๆ ร้าน
เพื่อให้ความรู้ รณรงค์ให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก นักเรียน
ที่เข้ามาในร้านเกม ก็จะต้องใส่หน้ากาก จะต้องมีการล้างมือบ่อยๆ กินร้อน
ช้อนกลางเป็นสโลแกนที่ฝากไว้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
กล่าวอีกว่า ในขณะนี้การรับมือการระบาดไข้วัด 2009 มีการดูแลรักษาผู้ป่วย
โดยปรับระบบบริการในโรงพยาบาลทุกแห่งให้มีช่องทางพิเศษสำหรับผู้ป่วยไข้หวัด
ใหญ่โดยเฉพาะ มีแนวทางในการรักษาและให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วย
และพิจารณาตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรงและเพื่อ
เฝ้าระวังโรค ประชาชนสงสัยสอบถามรายะเลียดเพิ่มเติม สายด่วน 1442
,0-2590-1993 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 0-4446-5010-4 ต่อ
447

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ปภ.เขต 5 เตือน 4 จว.อีสานล่างระวังน้ำท่วมฉับพลัน-โคลนถล่ม

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ปภ.เขต 5 นครราชสีมา แจ้งเตือน ปชช.4 จว.อีสานล่าง
ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก เน้น
พท.เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม 2 จังหวัดให้ระวังเป็นพิเศษ
และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เผยเตรียม จนท.-อุปกรณ์
เครื่องมือไว้พร้อมอพยพราษฎรได้ทันทีหากเกิดภัยพิบัติขึ้น

วันนี้ (14 ก.ค.) นายวัลลภ เทพภักดี
ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา (ปภ.เขต 5
นม.) เปิดเผยว่า ทางศูนย์ ปภ.เขต 5
ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก
น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.)
เนื่องจากได้รับรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า
ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย
และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น
และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

สำหรับพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา 4
จังหวัดอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์) นั้น
มีพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม อยู่ใน 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา และ
ชัยภูมิ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ในระยะ 1-2 วันนี้

"ที่สำคัญ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย
ติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
หากได้รับคำเตือนหรือคำแนะนำจากทางราชการขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เพื่อการป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น" นายวัลลภ กล่าว

นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา
ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ เช่น เรือท้องแบน
เครื่องสูบน้ำ รถยนต์ขนย้ายสิ่งของและอพยพประชาชน
รวมทั้งเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ไว้พร้อมแล้ว
เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
หากประชาชนในพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย
สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เขต 5 นครราชสีมา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัด
หรือทางโทรศัพท์สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

"อย่าง ไรก็ตาม จากรายงานล่าสุดจนถึงขณะนี้
มีรายงานฝนตกในหลายพื้นที่แต่ยังไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลากแต่
อย่างใด หากยังมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง 1-2 วันนี้
อาจทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้" นายวัลลภ กล่าวในที่สุด


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079451

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รพ.ค่ายสุรนารีเจ๋ง! สอนแม่บ้านทหารทำหน้ากาก "หวัด 09" ใช้เอง-ผลิตแจกกำลังพลอีสาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2552 17:45 น.
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ชมรมแม่บ้าน รพ.ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เจ๋ง
เปิดอบรมแม่บ้านทหาร-อสม.ทำหน้ากากอนามัยใช้เองในครอบครัว
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังหน้ากากอนามัยขาดแคลน
พร้อมให้ความรู้และสร้างความตื่นตัวในการดูแลตัวเอง เผย เตรียมผลิต
10,000 ชิ้น แจกกำลังพล 19 จว.อีสาน ชี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
ต้นทุนเพียงแค่ชิ้นละ 2.50 บาท แต่ตลาดขายชิ้นละ 10 บาท
รวมทั้งเป็นการสร้างรายได้ให้ครอบครัวทหารด้วย

วันนี้ (13 ก.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น.ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี
กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.คมสัน มานวกุล รองแม่ทัพภาคที่
2 เป็นประธานเปิดการอบรม "โครงการหน้ากากอนามัย คุ้มโรคภัยครอบครัว"
จัดโดย ชมรมแม่บ้านโรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยมีกำลังพล
และแม่บ้านหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2
และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสาน
เข้ารับการอบรมครั้งนี้กว่า 110 คน

ทั้งนี้ เพื่อให้ความรู้แก่กำลังพลและครอบครัวในการป้องกันรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 อย่างถูกวิธี
และสร้างความตื่นตัวในการดูแลตนเองและครอบครัวของกลุ่มเป้าหมาย
รวมถึงลดภาระให้กับกำลังพลและครอบครัวในการซื้อหน้ากากอนามัย
และเป็นการส่งเสริมสายใยรักครอบครัว

นางโสภาพรรณ วงษ์ท้าว ประธานชมรมแม่บ้านโรงพยาบาลค่ายสุรนารี
เปิดเผยว่า เนื่องจากหน้ากากอนามัยในโรงพยาบาลต่างๆ เริ่มขาดแคลน
มีไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาใช้บริการตามโรงพยาบาลทหารบกใน
พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 รวม 10 แห่ง
ประกอบกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ได้แพร่กระจายไปทุกพื้นที่ และระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

ฉะนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย
ทางชมรมจึงได้จัดการฝึกอบรมเย็บหน้ากากอนามัยให้กับแม่บ้านของกำลังพลและ
ครอบครัวของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 และแม่บ้านของโรงพยาบาลทหารบก
ในพื้นที่ภาคอีสาน 19 จังหวัด
เพื่อนำไปเผยแพร่ให้กับแม่บ้านและครอบครัวของหน่วย ให้กำลังพลและครอบครัว
มีหน้ากากอนามัยใช้กันทุกคน

นางโสภาพรรณ กล่าวอีกว่า
หน้ากากอนามัยที่กลุ่มแม่บ้านผลิตขึ้นใช้เองนี้ มีต้นทุนเพียงชิ้นละ 2.50
บาทเท่านั้น และมีคุณภาพดีกว่าที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด
ที่ราคาสูงถึงชิ้นละ 10 บาท โดยวัสดุหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป
เบื้องต้นทางชมรมจะผลิตเพื่อแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัวจำนวน 10,000
ชิ้น ซึ่งกำลังพลของกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่ 19 จังหวัดอีสานมีกว่า
40,000 คน เป้าหมายจะผลิตแจกให้ครบทุกคน
พร้อมให้ความรู้กับแม่บ้านทหารที่สามารถทำใช้เองได้ในครอบครัว

"ส่วน แม่บ้านทหารคนใดที่สามารถรับกลับไปเย็บที่บ้านได้จะมีค่าใช้จ่ายให้ชิ้นละ
50 สตางค์ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านด้วย
สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถเข้ารับการอบรมกับทางชมรมได้ฟรี
โดยติดต่อที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี" นางโสภรพรรณ กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079036

ธ.ก.ส.โคราชรุกปล่อยสินเชื่อช่วยคนตกงาน - ผู้ว่าฯ เผยเตะฝุ่น 2 หมื่น/เลิกจ้างชะลอตัว

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ธ.ก.ส.โคราชจัด "งานนัดพบสินเชื่อแรงงาน"
รุกปล่อยสินเชื่อช่วยคนตกงานให้มีทุนประกอบอาชีพ ด้านผู้ว่าฯ
โคราชเผยตัวเลขคนว่างงานโคราชกว่า 20,000 คน ส่วนการเลิกจ้างชะลอตัว
เหตุโรงงานเริ่มมีออเดอร์เข้ามาเพิ่ม
ชี้ตำแหน่งงานว่างมีมากแต่คนไม่ไปสมัครเหตุไม่ตรงกับความต้องการ

วันนี้ (13 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น.ที่หอประชุมอนุสรณ์อาคาร 70
ปี มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายประจักษ์
สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิด
"งานนัดพบสินเชื่อแรงงาน" ภายใต้โครงการสินเชื่อสานฝันแรงงานคืนถิ่น ของ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดนครราชสีมา
ได้รับความสนใจจากผู้ว่างงานเข้าร่วมคึกคัก

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชน
ผู้ว่างงานเข้าใจถึงขั้นตอนการใช้บริการสินเชื่อในโครงการสินเชื่อสานฝันแรง
งานคืนถิ่น ตลอดจนทางเลือกในการลงทุนประกอบธุรกิจ
โดยภายในงานจัดให้มีการออกร้านของหน่วยราชการ เอกชน และกลุ่มสินค้าชุมชน
พร้อมให้คำแนะนำการอบรมอาชีพของหน่วยงานราชการ, โครงการต้นกล้าอาชีพ
และการแนะแนวทางการประกอบอาชีพที่เหมาะสม และ
มีภาคเอกชนเจ้าของธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์และธุรกิจส่วนตัวมาให้ข้อมูลสำหรับ
การประกอบธุรกิจ ทั้งค่าลงทุน รายได้ วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น
และข้อมูลทางการตลาด

นอกจากนี้ยังมีการให้คำแนะนำการเข้าร่วมโครงการสินเชื่อสานฝันแรงงาน
คืนถิ่น ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการกู้เงิน
โดยผู้ประสงค์ขอกู้ต้องผ่านการฝึกอาชีพ การจัดทำแผนธุรกิจ
การสอบขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าธนาคารขั้นตอนการกู้เงิน
และขั้นตอนหลังการกู้เงิน

นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
เปิดเผยว่า สถานการณ์การว่างงานของจังหวัดนครราชสีมา
ขณะนี้มีผู้ว่างงานที่ขึ้นทะเบียนไว้กว่า 2 หมื่นคน
ส่วนการเลิกจ้างขณะนี้เริ่มชะลอตัว เพราะบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
เริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาจึงไม่มีการปลดพนักงานอีก
ตอนนี้มีเพียงการย้ายฐานการผลิตไปยังพื้นที่อื่นจึงทำให้มีแรงงานบางส่วนที่
ถูกเลิกจ้าง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลแล้ว

การให้สินเชื่อแรงงาน ของ
ธ.ก.ส.ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ว่างงาน
เพราะปัญหาการว่างงานที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่คืองานไม่ตรงกับความต้องการ
ขณะที่หลายโรงงานยังคงเปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มแต่กลับไม่มีคนไปสมัคร
ถึงแม้ตัวเลขการว่างงานยังมีอยู่มาก ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องหาทางแก้ไข

"อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นช่วงขาลง
แต่ในจังหวัดนครราชสีมายังคงมีการขยายตัวเรื่องการลงทุนและการจ้างงานอย่าง
ต่อเนื่อง และประชาชนส่วนใหญ่รู้จักการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงจึงทำให้
จ.นครราชสีมา ยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจมากนัก"
นายประจักษ์ กล่าว

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สสจ.โคราชยอมรับพบผู้ป่วยหวัด 2009 แล้ว 16 ราย - กลุ่ม "นศ.-นร." น่าห่วงป่วยมากสุด

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - สสจ.โคราชยอมรับพบผู้ป่วยต้องสงสัยหวัดใหญ่ 2009
สะสม 93 ราย ผลตรวจโรคยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้ว
16 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง
ชี้นักศึกษา-นักเรียนน่าห่วงป่วยมากสุด ด้านอธิการ มทส.
แจงเหตุสั่งปิดเรียน 2 วัน ป้องกันแพร่กระจายเหตุเป็นมหาลัยปิดมี
นศ.-บุคลากรพักอยู่ในมหาลัยมากกว่าหมื่นคน
เตรียมมาตรการเข้มรับมือนักศึกษาเปิดเรียนจันทร์ 13 ก.ค.นี้

วันนี้ (10 ก.ค.) นพ.วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์
ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (ผู้ช่วย สสจ.) นครราชสีมา
เปิดเผยขณะร่วมแถลงมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ร่วมกับ ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ ที่อาคารบริหาร ภายใน มทส. อ.เมือง
จ.นครราสีมา ภายหลังพบนักศึกษา มทส.ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ต้องสั่งปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วันว่า
สถานการณ์การระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ จ.นครราชสีมา
ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.จนถึงขณะนี้
พบมีผู้ป่วยต้องสงสัยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจยังห้องปฏิบัติการจำนวน 93 ราย
ผลยืนยันมีเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 16 ราย
ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วย OPD หรือผู้ป่วยนอก

ทั้งนี้ มีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ จำนวน
20 ราย แบ่งเป็น โรงพยาบาล เซ็นแมรี่ 2 ราย, โรงพยาบาลกรุงเทพ-ราชสีมา 6
ราย, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 2 ราย และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 2
ต.โคกกรวด จำนวน 7 ราย ซึ่งทั้ง 7 รายเป็นนักศึกษา มทส.
จากจำนวนนักศึกษามทส.
กลุ่มเดียวกันที่มีอาการป่วยมีไข้สูงถูกส่งเข้าโรงพยาบาลแห่งนี้ทั้งหมดใน
ช่วงวันที่ 5-8 ก.ค.รวม 29 คน และ โรงพยาบาล ป.แพทย์ อีก 3 ราย
ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ส่วนพื้นที่ต่างอำเภอพบผู้ป่วย ที่ อ.สีคิ้ว, บัวใหญ่ และ อ.หนองบุญมาก
อำเภอละ 1 ราย

สำหรับ กลุ่มนักเรียน และนักศึกษาที่พบการระบาดมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
จากรายงานพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ใน 3 สถาบัน คือ
โรงเรียนสุรนารีวิทยาจำนวน 2 ราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จำนวน 2
ราย และที่ มทส.7 ราย ซึ่งทั้งหมดได้มีการประสานความร่วมมือระหว่าง
สสจ.กับมหาวิทยาลัยในการวางมาตรการป้องกัน


โดยเฉพาะการทำความสะอาดสถานที่ อาคารเรียน รวมถึงหอพัก
จากการสอบถามนักศึกษาส่วนใหญ่ติดเชื้อโรคมาจากการไปชมคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ
และ ติดจากเพื่อนสู่กลุ่มเพื่อน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมดอยู่ในความดูแลของแพทย์เป็นอย่าง
ดี ไม่มีอาการสาหัสน่าเป็นห่วง
และจนถึงขณะนี้ขอยืนยันยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 แต่อย่างใด

ด้าน ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดี มทส.กล่าวว่า
สาเหตุที่ทางมหาวิทยาลัยต้องประกาศปิดการเรียนการสอนและทำการเป็นเวลา 2
วัน คือ วันที่ 9-10 ก.ค.นี้หลังหยุดยาวในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาไปแล้ว 5
วันนั้น เนื่องจาก มทส.เป็นมหาวิทยาลัยปิด มีนักศึกษา บุคลากร
และเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 10,000 คน ส่วนใหญ่พักอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย
เมื่อพบว่ามีนักศึกษาติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
การแพร่ระบาดอาจรวดเร็วและขยายวงกว้างไปยังคนจำนวนมาก
ฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการระบาดจึงจำเป็นต้องประกาศหยุดการเรียนการสอน
ชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดอาคารสถานที่
และแยกกลุ่มผู้ป่วยออกจากนักศึกษาทั่วไป

สำหรับ การเตรียมรับมือกับนักศึกษาที่จะกลับมาจากต่างจังหวัดในวันเปิดเรียนวันแรก
คือวันจันทร์ที่ 13 ก.ค.นี้
ทางมหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมไว้เต็มที่แล้ว
ทั้งการให้ความรู้แก่นักศึกษาในการดูแลตัวเอง
และให้ความรู้ผ่านทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยฯ
เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้ามายังมหาวิทยาลัยฯ
รวมถึงการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับนักศึกษา
หากพบว่าตัวเองป่วยเป็นไข้หวัดให้ป้องกันตัวเองด้วยการแยกตัวออกจากกลุ่ม
เพื่อนหรือสวมหน้ากากปิดปากจมูกและแจ้งให้อาจารย์ทราบโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของคณาจารย์ได้ประชุมมอบนโยบายในการปฏิบัติไปแล้ว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000077906

ด่วน! มทส.พบ 9 นศ.ป่วย 2009 ปิดยาว 4 วัน - สสจ.โคราชตื่นถกรับมือหลังพยายามปิดวุ่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2552 12:54 น.
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ม.เทคโนฯ สุรนารี พบ
นศ.ป่วยหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 9 ราย ประกาศปิดมหาลัย 2
วันต่อเนื่องเสาร์-อาทิตย์ รวมเป็น 4 วัน พร้อมระดม จนท.ทำความสะอาด
เรียกประชุมทุกฝ่ายวางแผนรับมือ เผยมีเพื่อนนศ.ป่วยเพิ่มแจ้งส่งตัว
รพ.อีกนับ 20 ราย ด้าน
สสจ.โคราชตื่นเรียกประชุมผู้บริหาร-ผอ.รพ.และหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งหมดบ่าย
นี้ ก่อนเปิดแถลงข่าว
หลังเล่นบทไดโนเสาร์ปิดข้อมูลวุ่นสร้างความสับสนมาตลอด

วันนี้ (9 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00
น.ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ทางมหาวิทยาลัยได้ระดมเจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาดอาคารสถานที่ครั้งใหญ่
ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารเรียน และ หอพักนักศึกษาทั้งหมด
หลังมีรายงานตรวจพบนักศึกษาป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
จำนวน 9 ราย และมีจำนวนผู้ป่วยเป็นไข้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยล่าสุด รศ.ดร.วรพจน์ ขำพิศ รองอธิการบดี รักษาการแทนอธิการบดี
มทส.ได้มีคำสั่ง ออกประกาศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เรื่อง
งดการเรียนการสอนและเปลี่ยนแปลงวันสอบกลางภาค ลงวันที่ 8 ก.ค. 2552
โดยอ้างเหตุผลเนื่องจากมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ A
(H1N1) เป็นวงกว้างใน จ.นครราชสีมา
ดังนั้นเพื่อให้เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคดังกล่าว

มหาวิทยาลัยฯ จึงให้ งดการเรียนการสอบของมหาวิทยาลัยฯ เป็นเวลา 2
วัน ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. (หยุดต่อเนื่องกับวันเสาร์-อาทิตย์ อีก 2
วัน รวมเป็น 4 วัน) พร้อมกำหนดวันสอนชดเชยในวันที่ 26 ก.ค., 2
ส.ค.ตามลำดับ โดยให้มีการเรียนการสอนตามปกติอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 13
ก.ค.นี้ และให้เปลี่ยนแปลงวันสอบกลางภาค จาก 13-17 ก.ค.เป็น 20-24
ก.ค.แทน รวมทั้งได้ออกประกาศ กำหนดให้วันที่ 9-10
ก.ค.เป็นวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษของมหาวิทยาลัยด้วย

ผศ.ดร.รังสรรค์ วงศ์สรรค์
ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดเผยว่า
พบมีนักศึกษาป่วยเข้าข่ายเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
และผลตรวจเลือดเป็น Positive หรือเป็นบวก
มีเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จำนวน 9 ราย ตั้งแต่วันที่ 5
ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ระดมทำความสะอาดอาคารสถานที่มาแล้ว 2
ครั้ง วันนี้เป็นครั้งที่ 3
เนื่องจากมีกลุ่มเพื่อนนักศึกษาป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ทุกคนมีอาการไม่รุนแรงและอยู่ในความดูแลของแพทย์โรงพยาบาลมหาราช
นครราชสีมาทั้งหมดแล้ว

วันเดียวกันนี้
ทางอธิการบดีได้เรียกประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
เพื่อวางแผนรับสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ โดยหากพบนักศึกษาหรือเจ้าหน้าที่ป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้า
หน้าที่เพื่อจะได้ดำเนินการมาตรการป้องกันได้ทันท่วงทีและนำผู้ป่วยส่งโรง
พยาบาลโดยด่วน

ขณะนี้ได้มีนักศึกษามีอาการป่วยเป็นไข้
เข้ามาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 2
ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา แล้วประมาณ 20 ราย

ผู้ สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้ตั้งจุดคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดขึ้นภายในโรงพยาบาล
โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลประจุดดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อทำการคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ออกจากผู้ป่วยทั่วไปอย่างเข้มงวด
เพราะขณะนี้มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก


รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (9 ก.ค.)
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)นครราชสีมา ได้เรียกประชุมผู้บริหาร
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจังหวัด
เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนมาตรการรับมือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้
หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ดังกล่าว
และมีกำหนดจะเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
เวลา 15.00 น. วันเดียวกันนี้ ( 9 ก.ค.)

อย่างไรก็ตาม
ขณะนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดข้อเท็จจริงใดๆ
เกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรคดังกล่าวแก่ผู้สื่อข่าวเหมือนเช่นที่ผ่านมา
ที่พยายามปกปิดข้อมูลและปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงมาโดยตลอด
ซึ่งยิ่งได้สร้างแตกตื่นและความสับสนในหมู่ประชาชนมากยิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฝูงชนเรือนหมื่นหลั่งไหลชมแห่เทียนพรรษาโคราช ฮือฮาขบวนโลง "แจ็กสัน" - ต้นเทียนแพนด้า

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - แห่เทียนพรรษาโคราชสุดคึกคัก
นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนหมื่นหลั่งไหลร่วมชมขบวนเทียน
เผยขบวนแห่วัดโบสถ์คงคาล้อม อ.โชคชัยทำเก๊จำลองโลงศพ "ไมเคิล แ็จ็กสัน"
ราชาเพลงป็อปผู้ล่วงลับ สร้างความฮือฮา ขณะที่ต้นเทียนล้อการเมืองวัดเดิม
อ.พิมาย และแพนด้าอุ้มลูกน้อย วัดหนองบังรองยังคงได้รับความสนใจ
เผยผลประกวด "วัดใหม่สระประทุม" อ.โชคชัย เฉือนต้นเทียน "หมีแพนด้า"
คว้ารางวัลชนะเลิศรับเงิน 1 แสนพร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ
ไปครองเป็นปีที่ 5

วันนี้ (8 ก.ค.)
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.นครราชสีมา
ประจำปี 2552 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่จ.นครราชสีมา เป็นไปด้วยความคึกคักและยิ่งใหญ่ ประชาชน
นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 10,000 คน
ให้ความสนใจเฝ้ารอชมขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาที่คุ้มวัด และอำเภอต่างๆ
ส่งเข้าประกวดทั้งประเภท ก. ข.และ ค. ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด

โดยในปีนี้มีต้นเทียนพรรษาส่งเข้าประกวดรวม 53 ต้น แบ่งเป็นประเภท
ก.9 ต้น ข.27 ต้น และ ค.17 ต้น และ ขบวนแห่จำนวน 13 ขบวน
ซึ่งทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา
เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ฟากฝั่งถนน
ได้ชมความวิจิตรงดงามตระการตาของต้นเทียนที่ช่างเทียนแต่ละคุ้มวัดได้ใช้
เวลานานกว่า 3 เดือน ในการออกแบบ ประดิฐ และตกแต่งให้วิจิตร
งดงามและยิ่งใหญ่เพื่อส่งเข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ปีนี้

สำหรับขบวนแห่ที่สร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่ผู้ชมตลอดสองข้าง
ทางนั้น ปีนี้แต่ละขบวนแห่ได้ออกแบบมาแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่นำเสนอ
ประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสาน
รวมถึงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
มานำเสนอ นอกจากนี้ยังมี ขบวนปั่นสามล้อลดภาวะโลกร้อน, ขบวนฟ้อนรำ
การแสดงศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน, ขบวนสะท้อนปัญหาสังคม
และขบวนที่สร้างความสนใจเป็นพิเศษคือ ขบวน เกิด แก่ เจ็บ
ตายของวัดโบสถ์คงคาล้อม อ.โชคชัย ที่จำลองโลงศพ ของ "ไมเคิล แจ็กสัน"
ราชาเพลงป็อปผู้ล่วงลับมานำเสนอด้วย

ส่วนขบวนต้นเทียนที่สร้างความฮือฮามากที่สุดนั้น
ยังคงเป็นต้นเทียนล้อการเมืองของ วัดเดิม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ที่หล่อเทียนคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองจับมือสามัคคีถวายเป็นพระราชกุศลแด่
องค์ในหลวง-ราชินี และขบวนต้นเทียนของวัดหนองบัวรอง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ซึ่งหล่อเทียนเป็นรูปหมีแพนด้า "หลินฮุ่ย" อุ้มลูกน้อย
ซึ่งส่งเข้าประกวดต้นเทียนในประเภท ก. ต้นเทียนสูง 3 เมตรขึ้นไป

สำหรับขบวนต้นเทียนทั้ง 51 ต้น จะจอดแสดงไว้ที่บริเวณข้างถนนชุมพล
และ ถนนราชดำเนิน 2 รอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)
เขตเทศบางนครนครราชสีมา เพื่อให้ประชาชน
นักท่องเที่ยวได้ร่วมถ่ายภาพและชมความงดงามของต้นเทียนไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า
(9 ก.ค.)

ล่าสุด นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา
เปิดเผยถึงผลการประกวดต้นเทียนพรรษาและขบวนแห่ ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา
จ.นครราชสีมา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ประจำปี 2552 ว่า ประเภท ก. ปรากฏว่า ต้นเทียนของวัดใหม่สระประทุม
อ.โชคชัย แชมป์ตลอดกาล คว้ารางวัลชนะเลิศ ไปครองเป็นปีที่ 5
โดยได้รับรางวัลเงินสด 1 แสนบาท
พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

รางวัลที่ 2 ต้นเทียนของวัดหนองบัวรอง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ซึ่งเป็นเทียนที่มีรูปปั้นหมีแพนด้าอุ้มลูกน้อย
อยู่ท้ายขบวนได้รับรางวัลเป็นเงินสด 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล,
รางวัลที่ 3 เป็นของวัดนอก อ.โชคชัย รับเงินสด 60,000 พร้อมถ้วยรางวัล,
รางวัลที่ 4 วัดโบสถ์คงคาล้อม อ.โชคชัย รับ 50,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล
และ รางวัลที่ 5 เป็นของวัดเดิม อ.พิมาย ซึ่งเป็นต้นเทียนล้อการเมือง
ได้รับรางวัล 40,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล

ส่วนประเภท ข. รางวัลชนะเลิศได้แก่ ต้นเทียนของ วัดบูรพาภิมน
อ.พิมาย ได้รับรางวัล 80,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานฯ , รางวัลที่ 2
วัดใหม่ประตูชัย อ.พิมาย ได้รับ 50,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล และ รางวัลที่
3 เป็นของวัดสระเพล อ.พิมาย ได้ 40,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล

ประเภท ค. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วัดนอก อ.โชคชัย ได้รับรางวัล
30,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลที่ 2 กลุ่มบูรพาศิลป์ อ.พิมาย ได้รับ
20,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลที่ 3 เป็นของกลุ่มอนุรักษ์งานศิลป์
อ.พิมาย ได้เงินรางวัล 15,000 บาทพร้อมถ้วย

สำหรับ ขบวนแห่ รางวัลชนะเลิศเป็นของวัดโบสถ์คงคาล้อม อ.โชคชัย
เจ้าของไอเดียจำลองโลงศพ "ไมเคิล แจ็กสัน" ราชาเพลงป็อปผู้ล่วงลับ
ได้รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท, รางวัลที่ 2 เป็นขบวนแห่ของวัดนอก
อ.โชคชัย รับรางวัล 20,000 บาทและ 3 เป็นของขบวนแห่วัดบิง อ.โชคชัย
ได้รับ 10,000 บาท ส่วนขบวนแห่วัดใหม่สระประทุม อ.โชคชัย และ
วัดหนองบัวรอง อ.เมือง ได้รับรางวัลชมเชย รับเงินสดขบวนละ 5,000 บาท
ซึ่งรางวัลทั้งหมดนี้ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2
เป็นประธานมอบในเวลา 18.00 น.วันเดียวกันนี้ (8 ก.ค.)
ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000077102

ลงทุนอีสานครึ่งปีแรกสวนวิกฤตพุ่ง 38 % - อุตฯพลังงานทดแทนทะลัก 1.3 หมื่นล้าน

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ภาวะลงทุนอีสานครึ่งปีแรกสวนวิกฤต
แห่ยื่นขอส่งเสริมจากบีโอไอ ทะลุ 20,300 ล้าน
เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 38% บีโอไอไฟเขียวส่งเสริมลงทุนแล้ว
33 โครงการ 5,424 ล้าน กระจุกโคราช 2,253 ล้าน เผยอุตฯ
พลังงานทดแทนโตต่อเนื่องทะลักยื่นขอส่งเสริมลงทุนกว่า 13,000 ล้าน
ชี้กิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม-แสงอาทิตย์พร้อมพาเหรดเข้าอีสานเต็มที่
แย้มบิ๊กโปรเจกต์เตรียมผุดรง.ผลิตไฟฟ้าพลังงานลม 11,000 ล้านที่โคราช

นายสุวิชช์ ฉั่ววิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2
นครราชสีมา คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
เปิดเผยถึงภาวะส่งเสริมการลงทุนภาคอีสานครึ่งปีแรก(ม.ค.- มิ.ย.) ปี 2552
ว่า ตัวเลขการลงทุนช่วง 6
เดือนแรกที่ผ่านมามีโครงการยื่นคำขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ รวม 57
โครงการ เงินลงทุน 20,306 ล้านบาท จะเกิดการจ้างงานราว 7,000 คน
ในจำนวนนี้ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 33 โครงการ
เงินลงทุน 5,424 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 5,652 คน
ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่นครราชสีมาจังหวัดใหญ่ของภาคอีสานรวม 11
โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 2,253 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2,587 คน
จึงยังมีโครงการรอพิจารณาการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไออีกจำนวน 24
โครงการ เงินลงทุน 14,882 ล้านบาท การจ้างงาน 1,318 คน

อุตฯพลังงานทดแทนทะลัก 13,000 ล้าน

นายสุวิชช์ กล่าวต่อว่า เมื่อแยกเป็นรายประเภทอุตสาหกรรมแล้วพบว่า
อุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป รวมทั้งชิ้นส่วนโลหะและยานยนต์
พลังงานทดแทนในภาคอีสานยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะพลังงานทดแทน 6 เดือนที่ผ่านมามีโครงการยื่นขอส่งเสริมรวมกว่า
13,000 ล้านบาท และ เป็นที่น่าจับตามมากคือ การผลิตไฟฟ้าพลังงานจากลม และ
แสงอาทิตย์ ซึ่งพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนปักฐานในภาคอีสานอย่างเต็มที่
ดังรายละเอียดเรียงตามลำดับดังนี้
อันดับที่ 1 เป็นอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค
ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน รวม 8 โครงการ เงินลงทุน 3,004 ล้านบาท
การจ้างงาน 288 คน ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล 4 โครงการ
กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กิจการเขตอุตสาหกรรม
และกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายไดน้อยถึงปานกลาง อย่างละ 1 โครงการ
โดยโครงการตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา ,อุบลราชธานี ,อำนาจเจริญ , มหาสารคาม
,ขอนแก่น ,ร้อยเอ็ด และ ชัยภูมิ แยกเป็นกิจการผลิตพลังงานทดแทน
ประกอบด้วย

1.1. อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ได้แก่ โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก
(Bio-Mass) ยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 11 โครงการ เงินลงทุนรวม 3,892
ล้านบาท ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน จำนวน 4 โครงการ เงินลงทุน 1,806
ล้านบาท ได้แก่ บริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม
27,000 กิโลวัตต์ เงินลงทุนรวม 1,470 ล้านบาท ที่ตั้ง จ.อุบลราชธานี ,
อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด และ บริษัท ภูเขียว ไบโอเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด
กำลังการผลิต 11,400 กิโลวัตต์ เงินลงทุน 336 ล้านบาท ที่ตั้ง จ.ชัยภูมิ

1.2.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่
จ.นครราชสีมา ของ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 6,000
กิโลวัตต์ เงินลงทุน 850 ล้านบาท
ซึ่งพลังงานชนิดนี้นับว่าเป็นพลังงานที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด
พลังงานหนึ่ง เพราะไทยมีศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ค่อนข้างสูง
และนักลงทุนต่างให้ความสำคัญในกิจการประเภทนี้มาก
หากมีการใช้มากขึ้นจะมีผลทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในประเทศอย่างต่อ
เนื่อง

1.3.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ของบริษัท พรีเมียร์
ไบโอเอ็นเนอร์จี จำกัด กำลังการผลิต 1,000 กิโลวัตต์ เงินลงทุน 40
ล้านบาทที่ตั้ง จ.มุกดาหาร

"สำหรับโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม
มีโครงการรอพิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มูลค่ากว่า 11,000
ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 156,000 กิโลวัตต์ ที่ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา "
นายสุวิชช์ กล่าว

นายสุวิชช์ กล่าวต่อว่า ส่วนอันดับที่ 2 คือ
อุตสาหกรรมเกษตรและผลผลิตทางการเกษตร ได้รับส่งเสริมการลงทุนรวม 13
โครงการ เงินลงทุน 829 ล้านบาท การจ้างงาน 623 คน ได้แก่
กิจการผลิตยางผสม 2 โครงการ กำลังการผลิต 43,600 ตัน/ปี ,
กิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งอาหาร 2 โครงการ ,กิจการเลี้ยงสัตว์(ไก่เนื้อ)-
กิจการเลี้ยงสัตว์(ไก่ไข่) 3 โครงการ ,
กิจการผลิตอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน , กิจการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ,
กิจการบรรจุผักและผลไม้ กิจการคัดคุณภาพข้าว , กิจการเพาะปลูกพืชด้วยระบบ
Hydroponics ,

กิจการผลิตน้ำยางข้น อย่างละ 1 โครงการ โดยที่โครงการตั้งอยู่
จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม หนองคาย
และสกลนคร

รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง
รวม 3 โครงการ เงินลงทุน 673 ล้านบาท การจ้างงาน 96 คน ได้แก่
กิจการผลิตเบรกรถยนต์ กิจการผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมที่ใช้สำหรับยานยนต์
2 โครงการ โครงการทั้งหมด ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา

อุตสาหกรรมเบา รวม 3 โครงการ เงินลงทุน 573 ล้านบาท การจ้างงาน
3,902 คน ได้แก่ กิจการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 2 โครงการ
กิจการผลิตกระเป๋าหรือชิ้นส่วน โครงการตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา ขอนแก่น
หนองบัวลำภู

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 4 โครงการ
เงินลงทุน 245 ล้านบาท การจ้างงาน 601 คน ได้แก่ กิจการผลิตซอฟต์แวร์ 2
โครงการ กิจการผลิตชิ้นส่วนของ PICK UP UNIT
กิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างละ 1 โครงการ
โดยโครงการตั้งอยู่ที่ จ.อุดรธานี นครราชสีมา และขอนแก่น

และสุดท้าย อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก รวม 2 โครงการ
เงินลงทุน 100 ล้านบาท การจ้างงาน 142 คน ได้แก่
กิจการผลิตกระสอบพลาสติกสาน กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก ท่อพีวีซี
โครงการตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา และ อุดรธานี

นักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นอีสาน

นายสุวิชช์ กล่าวต่อว่า ทางด้านตัวเลขสัดส่วนการลงทุน
นั้นส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการลงทุนโดยหุ้นไทยทั้งสิ้น คิดเป็นร้อยละ 61
ที่เหลือร้อยละ 36 เป็นโครงการร่วมหุ้นระหว่างไทยกับต่างชาติ ได้แก่
สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน ฝรั่งเศส
อิตาลี และ ร้อยละ 3 ลงทุนโดยต่างชาติทั้งสิ้น ได้แก่ เดนมาร์ก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยังเชื่อมั่นต่อประเทศไทยและภาคอีสาน
นั้นมาจากความเชื่อมั่นในด้านความต้องการของตลาดต่างประเทศ
แนวนโยบายการปรับปรุงเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนของไทยในกิจการประเภทต่างๆ
เพื่ออำนวยความสะดวกการเข้ามาลงทุนในไทยโดยเฉพาะความพร้อมในการรองรับการลง
ทุน

ล่าสุด ตัวเลขส่งเสริมการลงทุนภาคอีสานเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 2 โครงการ เงินลงทุน 86
ล้านบาท การจ้างงาน 60 คน ได้แก่ โครงการผลิตยางผสม (Compound Rubber)
ของบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด เงินลงทุน 60 ล้านบาท
มีกำลังผลิต33,600 ตัน/ปี การจ้างงาน 40 คน ที่ตั้ง จ.บุรีรัมย์ และ
โครงการผลิตน้ำยางข้น (Concentrated Latex) ของบริษัท ไทยฮั้วยางพารา
จำกัด (มหาชน) เงินลงทุน 25.7 ล้านบาท มีกำลัง 7,200 ตัน/ปี
เป็นการร่วมหุ้นไทยกับต่างชาติ (จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไอร์แลนด์)
เกิดการจ้างงาน 20 คน ที่ตั้ง จ.สกลนคร

" สำหรับแนวโน้มภาวะการลงทุนภาคอีสานอีก 6 เดือนที่เหลือในปีนี้
อุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป ชิ้นส่วนโลหะและยานยนต์ และ พลังงานทดแทน
จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ อุตฯ พลังงานทดแทน
ภาคอีสานถือได้ว่ามีศักยภาพพร้อมรับการลงทุนสูง
เห็นได้จากมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมแล้วรวมกว่า 13,000 ล้านบาท
อีกทั้งภาพรวม 6 เดือนแรกปีนี้มีตัวเลขยื่นขอรับการส่งเสริมถึง 20,300
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 38 โดยปี 2551
ยื่นขอรับการส่งเสริมเงินลงทุน 12,600 ล้านบาท
ซึ่งเป็นดัชนีสัญญาณเศรษฐกิจและการลงทุนที่ดีของภูมิภาคนี้
ที่จะยังเติบโตต่อไป" นายสุวิชช์ กล่าว

"ป๋าเปรม" นำทหารเวียนเทียนที่โคราช ชี้คำสอน "พระพุทธเจ้า" แก้ปัญหาชาติได้ทุกเรื่อง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 22:14 น.
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- "ป๋าเปรม" นำเหล่าทหารและพุทธศาสนิกชนชาวโคราช
ทำบุญ-เวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ที่พุทธศาสนสถาน
กองทัพภาค 2 เผยคนไทยเข้าวัดมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวรู้จักว่าการเข้าวัด
เป็นประโยชน์ แนะให้นำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปถือปฏิบัติ
สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง

ช่วงค่ำวันนี้ (7 ก.ค.) ที่พุทธศาสนสถาน ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่
2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้า
พรรษา มี พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อม นายประจักษ์
สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และเหล่าข้าราชการทหาร พลทหาร
และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
โดยได้ร่วมฟังพระธรรมเทศนาจากพระภิกษุสงฆ์
ก่อนร่วมกันเวียนเทียนรอบพุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี 3 รอบ
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
และรำลึกถึงพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า
ขณะนี้คนไทยเข้าวัดกันมากขึ้นโดยเฉพาะเด็กหนุ่ม
เด็กสาวรู้จักว่าการเข้าวัดจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง
นอกจากจะเข้าวัดแล้วจะต้องเข้าใจคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ลึกซึ้ง
ด้วย ว่าท่านทรงสั่งสอนอย่างไร แล้วก็นำไปปฏิบัติ ต้องให้ได้ประโยชน์

พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า
การนำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาถือปฏิบัตินั้น
ไม่ใช่แก้ปัญหาได้เฉพาะเรื่องความวิตกกังวลกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ
เท่านั้น เรื่องอะไรก็ตามที่พวกเรากำลังประสบปัญหาอยู่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด
ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ
แต่เป็นเรื่องทุกเรื่องในชาติบ้านเมืองของเราเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้
ได้ จะได้ประโยชน์อย่างมาก

ต่อข้อถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงล่ารายชื่อ 1 ล้านรายชื่อ
เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นบังควรหรือไม่ พล.อ.เปรม ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
พูดแค่ว่าคิดว่าผู้สื่อข่าวจะถามคำถามนี่อยู่แล้ว ไม่เอา ไม่พูด
ก่อนเดินออกไป

ขณะ ที่บรรยากาศตามคุ้มวัดต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา
ประชาชนต่างพาบุตรหลานและครอบครัวออกมาร่วมทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
และฟังธรรมเทศนา
พร้อมร่วมกันเวียนเทียนรอบพระอุโบสถวัดเพื่อแสดงตนเป็นพุทธมามะกะตามแบบ
อย่างที่ดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ส่งผลให้บรรยากาศตามคุ้มวัดต่างๆ คึกคักไปตามๆ กัน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076842

ททท.โหมกระตุ้นท่องเที่ยวโคราช - ชัยภูมิฝ่าวิกฤต รุกนำผู้ประกอบการโรดโชว์

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - "ททท.โคราช"
โหมกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองย่าโม-ชัยภูมิ ฝ่าวิกฤต ศก.-ไข้หวัด 2009
เผยรุกนำผู้ประกอบการเดินสายโรดโชว์ภาคตะวันออกมุ่งดึงกลุ่มลูกค้าประชุม
สัมมนาของบริษัทใหญ่และโรงงานอุตฯ ได้รับการตอบรับชื่นมื่น คาด
"เทศกาลดอกกระเจียว" สร้างรายได้ 100 ล้าน พร้อมเร่งเครื่องต่อเนื่อง
"เที่ยวป่าหน้าฝน" ชูจุดขายอุทยานฯ ชื่อดังใน 2
จังหวัดและเทศกาลสำคัญอีกเพียบ
เชื่อปลายปีนี้การท่องเที่ยวฟื้นตัวเหตุผู้คนอัดอั้นมานานพร้อมทะลักออก
เที่ยวใช้จ่ายเงิน มั่นใจโคราช-ชัยภูมิโต 5% ทำรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านและ
1 พันล้าน

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้
ททท.สำนักงานนครราชสีมา
ร่วมกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบ จ.นครราชสีมา
และชัยภูมิ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย "เที่ยวโคราชครื้นเครง
ท่องบรรเลงทั่วชัยภูมิ" เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยนำผู้ประกอบการกว่า
50 ราย 27 หน่วยงาน ไปจัดรายการโรดโชว์ (Road Show)
ยังจังหวัดทางภาคตะวันออก เช่น จ.ชลบุรี จ.ระยอง
ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก
เพราะจังหวัดภาคตะวันออกมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่
และโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้ง 2 จังหวัด กว่า 10 แห่ง
สามารถปิดการขายได้ทันทีในการโรดโชว์ และ มีลูกค้าอีกกว่า 30 ราย
ให้ความสนใจและให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อใช้ในการตัดสินใจซื้อ
บริการโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าบริษัท และโรงงานอุตสาหกรรม
ที่จะไปจัดประชุมสัมมนา
ซึ่งต้องนำเสนอที่ประชุมของผู้บริหารก่อนจึงสามารถตัดสินใจได้

กิจกรรม ส่งเสริมการขายเชิงรุกที่ ททท.นครราชสีสมา
ทำร่วมกับผู้ประกอบการในครั้งนี้ เพื่อต้องการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ
ที่หลากหลายในอีสานให้แก่กลุ่มลูกค้าตลาดเป้าหมายในภาคตะวันออกได้รับทราบ
รวมทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กจะได้มีโอกาสพบปะสานสัมพันธ์กับลูกค้า
เก่าให้มาใช้บริการเพิ่มและสร้างลูกค้าใหม่
พร้อมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำตลาดเชิงรุกอย่างแท้จริง
ในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาเช่นนี้

โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว จ.ชัยภูมิ
ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงการจัดเทศกาลเที่ยวดอกกระเจียวงาม
ได้รับการตอบรับที่ดีมาก สินค้าของที่ระลึกต่างๆ
ที่นำไปด้วยขายเกลี้ยงหมด
และหลายคนสนใจเดินทางไปเยือนชัยภูมิเพื่อชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่
หนึ่งปีมีขึ้นครั้งเดียว ขณะเดียวกันการเสนอขายครั้งนี้เพื่ออยากบอกว่า
ชัยภูมิไม่มีเฉพาะทุ่งดอกกระเจียวเท่านั้น
แต่นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดู เหมือนสโลแกนที่ว่า
"ชัยภูมิภูมิใจเที่ยวได้ทุกฤดู"
เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เชื่อมต่อจากทุ่งดอกกระเจียว ซึ่ง
ททท.ได้เร่งโหมประชาสัมพันธ์กิจกรรม "เที่ยว 4 อุทยานกับ 1
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า" ของ จ.ชัยภูมิ ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม จ.ชัยภูมิ 3 เดือน
(มิถุนายน-สิงหาคม) ปีนี้ ตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนกว่า
300,000 คน คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม
ปีนี้มีปัจจัยลบหลายอย่าง ทั้งปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา
น้ำมันราคาแพง และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศไทย
ส่วนปัจจัยภายในคือ ทางอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
ได้เรียกเก็บเงินค่าผ่านประตูขึ้นไปเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวเป็นปีแรก
ซึ่งแม้เป็นค่าผ่านประตูที่ราคาไม่มาก
แต่มีผลทางด้านจิตวิทยาต่อนักท่องเที่ยวสูง

"ภาพรวม การท่องเที่ยวชัยภูมิปีนี้
ททท.ตั้งเป้าหมายเติบโตจากปีก่อน 5% ซึ่งในปีที่ผ่านมา จ.ชัยภูมิ
มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนจำนวน 1.1 ล้านคน เกิดรายได้จากท่องเที่ยวทะลุ
1,000 ล้านบาทเป็นปีแรก
ฉะนั้นในปีนี้คาดว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนไม่น้อยกว่า 1.2-1.3
ล้านคน " นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วง 6
เดือนแรกที่ผ่านมาของนครราชสีมาซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ของภาคอีสาน
เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาตัวเลขการท่องเที่ยวเป็นลบ
เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศดังกล่าว
ได้ส่งผลต่อตัวเลขนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง
แม้จะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ อย่างต่อเนื่องก็ตาม
ทั้งการจัดกิจกรรมของเทศบาลนครนครราชสีมาและองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(อบจ.) นครราชสีมา เช่น งานช่วงเทศกาลปีใหม่, งานเทศกาลตรุษจีน และ
งานฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี แต่ทำให้ตัวเลขเติบโตได้ในช่วง 3
เดือนแรกเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่เมษายน-มิถุนายน
ตัวเลขการท่องเที่ยวเริ่มเป็นลบ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 10-15%

ขณะที่ผลกระทบจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ตอนนี้ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน
แต่คาดว่าต่อไปจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวแน่นอน
อย่างไรก็ตามอยากฝากไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า
อย่าตื่นตระหนกมากจนเกินไป เพราะไข้หวัดสามารถรักษาให้หายได้
ขอให้ติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดเพื่อความเข้าใจที่ถูก
ต้อง

"ฉะนั้น สิ่งที่ ททท.กำลังดำเนินการขณะนี้ คือ
การทำตลาดเชิงรุกโดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ใน
จ.นครราชสีมา และ ภาคอีสานเพื่อกระตุ้นให้การท่องเที่ยวคึกคัก
สร้างรายได้เกิดภายในประเทศ ฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปให้ได้"
นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า ในช่วง 6 เดือนหลังจากนี้
ซึ่งเริ่มเข้าสู่หน้าฝน
ททท.มีเป้าหมายโหมการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวหน้าฝน หรือ
"เที่ยวป่าหน้าฝน" ของอีสาน
โดยเฉพาะพื้นที่นครราชสีมาและชัยภูมิที่มีอุทยานแห่งชาติขึ้นชื่อหลายแห่ง
เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ทับลาน แหล่งมรดกโลกที่คงความงดงาม
อุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และอุทยานฯ ป่าหินงาม, ไทรทอง
ที่ จ.ชัยภูมิ ก็ล้วนเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะมีความสุขกับการเที่ยวป่า
สัมผัสความสดชื่น เขียวขจีของธรรมชาติ

สำหรับกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวที่สำคัญหลักๆ
ในช่วงครึ่งปีหลัง เช่น เทศกาลแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ของโคราช 6-8
ก.ค.ซึ่งปีนี้ เทศบาลนครนครราชสีมาโหมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากโดยจัดแพกเกจเพียง
500 บาทเที่ยวไปกลับกรุงเทพฯได้
พร้อมขึ้นป้ายคัตเอาต์โฆษณาขนาดใหญ่ที่กรุงเทพฯ ด้วย,
งานปากช่องคาวบอยเฟสติวัล และงานบอลลูนนานาชาติ อ.ปากช่อง
ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ที่นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักมากขึ้น,
เทศกาลดอกเบญจมาศบานในม่านหมอก อ.วังน้ำเขียว เดือนธันวาคม และ
การแข่งขันปากช่อง โอโซน กอล์ฟครั้งที่ 5 กรกฎาคม เป็นต้น

"หาก สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้เชื่อว่าในช่วงเดือน
ตุลาคม-ธันวาคม การท่องเที่ยวอีสานน่าจะดีขึ้นเพราะผู้คนอัดอั้นมานานจะพากันทะลักออกมาท่อง
เที่ยว ใช้จ่ายเงิน ซึ่ง ททท.ได้จัดกิจกรรมไว้รองรับอยู่แล้ว
โดยเฉพาะแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวหลักในพื้นที่นี้ ทั้งที่ อ.ปากช่อง และ
อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รวมถึง จ.ชัยภูมิ ด้วย " นายอรรถพล กล่าว

ฉะนั้น การท่องเที่ยวจ.ชัยภูมิและนครราชสีมาในปีนี้
มั่นใจว่าจะเติบโตขึ้นได้ 3-5% โดย
จ.นครราชสีมายังตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้ทะลุ 10,000 ล้านบาท
ส่วน จ.ชัยภูมิ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 1.2-1.3 ล้านคน
สร้างรายได้เกิน 1 พันล้านบาท
แต่ทั้งนี้ต้องเกิดจากการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาค
ส่วน

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โคราชเร่งตกแต่งต้นเทียนพรรษาอลังการ - งัดมุกเดิม"ล้อการเมือง"หวังสร้างฮือฮา

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา -
คุ้มวัดต่างๆโคราชเร่งมือตกแต่งต้นเทียนสวยงามอลังการให้แล้วเสร็จทันเข้า
ประกวดต้นเทียนพรรษาชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ
ที่เทศบาลนครโคราชจัดขึ้นยิ่งใหญ่ 6- 8 ก.ค.นี้
เผยเป็นไปตามคาดงัดมุกเดิมทำต้นเทียนล้อการเมืองหวังสร้างความฮือฮา
ขณะเทศบาลนครฯยุคลูก"เจ๊เกียว"
ถึงขั้นทุ่มทุนสร้างจ้างช่างทำต้นเทียน"มักกะลีผล" ออกลูกเป็นหน้านายกฯ
ไทย 5 คน และขาดไม่ได้คือรูปหน้า "นช.แม้วและหมัก"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.ค.) ตามคุ้มวัดต่างๆ
ในจังหวัดนครราชสีมา ช่างหล่อและแกะสลักเทียนพรรษา
ต่างเร่งประดับตกแต่งต้นเทียนเพื่อให้แล้วเสร็จทันเข้าร่วมการประกวดต้น
เทียนพรรษาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมา กำหนดจัดให้มีขึ้นในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา
ประจำปี 2552 ระหว่าง 6- 8 ก.ค.นี้

โดยช่างเทียนแต่ละวัดต่างออกแบบต้นเทียนแตกต่างกันไป
ส่วนใหญ่ยังคงแสดงออกถึงการเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ เรื่องราวต่างๆ
ในพุทธกาล และ เทิดพระเกียรติในหลวง
ส่วนต้นเทียนพรรษาที่แปลกแตกต่างเพื่อหวังสร้างความฮือฮาเช่นทุกปีที่ผ่านมา
เห็นจะเป็นต้นเทียนล้อการเมือง ของวัดเดิม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ที่ช่างเทียน นายณรงค์ ดวงทอง อายุ 51 ปี
พร้อมทีมงานได้ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นโดยนำเอาเรื่องราวความขัดแย้งทางการ
เมืองและสังคมไทยในปัจจุบันมาถ่อยทอดบอกเล่าไว้บนต้นเทียนด้วย

นายณรงค์ ดวงทอง อายุ 51 ปี หัวหน้าช่างเทียน กล่าวว่า
ในปีนี้วัดเดิมได้ให้ทีมงานตนมาออกแบบและจัดทำต้นเทียนเพื่อส่งเข้าประกวดใน
ประเภท ก. ที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมาได้จัดการประกวดขึ้น
ซึ่งต้นเทียนที่ออกแบบปีนี้ใช้ชื่อว่า "รู้รักสามัคคี-เทิดไท้จักกรีวงศ์"
มีความยาว 20 เมตร ใช้เวลาจัดทำนานกว่า 4 เดือน ด้วยงบประมาณกว่า 3
แสนบาท ขณะนี้แล้วเสร็จเกือบ 100%
เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น

โดยภายในขบวนต้นเทียนนี้ได้แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 3 ตอน คือ 1.
ตอนองค์พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าทรงออกผนวช
2.ตอนทรงเสด็จจากชั้นสวรรค์ดาวดึงส์ และ ตอนที่ 3
เป็นรูปปั้นประชาชนคนไทยที่มีความแตกแยกสามัคคีโดยให้กลุ่มคนเสื้อแดง-เสื้อ
เหลืองนั่งจับมือกันและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าพร้อมใจถวายบังคมและปฏิญาณตนจะ
รักสามัคคีร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมฯ ราชินีนาถ

ด้าน นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า
เทศบาลนครนครราชสีมาได้กำหนดจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา นครราชสีมา
ประจำปี 2552 ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ค.นี้
ที่บริเวณสวนเมืองทอง สวนสุรนารี สวนอนุสรณ์สถานท้าวสุรนารี
และลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นคราชสีมา เพื่อส่งเสริม
และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป
และกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครราชสีมา

โดยภายในงานจัดให้มีกิจกรรมมากมาย เริ่มจากวันที่ 6 ก.ค.
จัดให้มีกิจกรรมการนั่งสมาธิวิปัสสนา เพื่อน้อมอภิวาท ถวายเป็นพุทธบูชา
สังฆบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษา ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
ซึ่งจะมีประชาชนเข้าร่วมนั่งสมาธิกว่า 1,000 คน

วันที่ 8 ก.ค.นี้ 2552 เวลา 09.00 น. จัดการประกวดต้นเทียนพรรษา
และขบวนแห่เทียนชิงถ้วยพระราชทานฯ , การแสดงสุดยอดอลังการ แสง สี
เสียงประกอบจินตลีลา และการเนรมิตสวนเทียนหิมพานต์ เช่น สวนเทียนกินรี,
สวนเทียนพญานาค, สวนเทียนนางเงือก และสวนเทียนมักกะลีผล
ซึ่งเป็นต้นเทียนที่ออกผลมาเป็นใบหน้านายกรัฐมนตรีของไทย 5 คน คือ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และ อดีตนายกรัฐมนตรีอีก
4 คน คือ นายสมัคร สุนทรเวช , พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
และ นายชวน หลีกภัย โดยทางเทศบาลนครฯ
ได้จ้างช่างเทียนที่มีชื่อเสียงในการแกะเทียนล้อเลียนการเมืองมาเป็นผู้ออก
แบบ คือ นายวัชระ นาดี อายุ 43 ปี อาจารย์โรงเรียนหนองบัวลอย
ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

นอกจากนี้ภายงานยังจัดให้มีมหกรรมสินค้า โอทอป,
มหกรรมอาหารพื้นเมือง ที่บริเวณสวนเมืองทอง และสวนอนุสรณ์สถานท้าวสุรนารี

"ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมความยิ่งใหญ่
และวิจิตรการของต้นเทียนพรรษาที่ จ.นครราชสีมาได้
พร้อมร่วมถ่ายภาพต้นเทียนส่งเข้าประกวดชิงรางวัลมากมายใน หัวข้อ สานศิลป์
ถิ่นโคราช ด้วย" นายสุรวุฒิ กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075846

NGOค้านรัฐผลาญงบฯอุ้มซาก"โปแตชอาเซียน"-จับตาเบื้องหลังผลประโยชน์

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - " เอ็นจีโอ" ค้านรัฐผลาญงบแผ่นดินภาษีปชช.
เข้าอุ้มซากบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียนไม่รู้จบสิ้น
จวกดื้อดึงลากแหล่งแร่ จ.ชัยภูมิ
คุณภาพต่ำมาทำเองและต้องใช้เงินถมอีกไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้าน
ขณะที่แหล่งแร่คุณภาพดีที่สุดในโลก อุดรฯ-สกลนคร
กลับประเคนให้นักลงทุนข้ามชาติ
ชี้จับตาเบื้องหลังผลประโยชน์นักการเมืองทั้งใน ก.อุตฯ และ พรรค ปชป.

วันนี้ ( 2 ก.ค.) นาย เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์
ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน)
ผู้ศึกษาติดตามเหมืองแร่โปแตช (POTASH) มาอย่างต่อเนื่อง
กล่าวถึงกรณีรัฐบาลที่พยายามปลุกผีโครงการเหมืองแร่โปแตชของอาเซียน
อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ
โดยจะให้กระทรวงการคลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท
เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) หรือ APMC ตามสัดส่วน 20 %
วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง ว่า
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะนำเงินงบประมาณแผ่นดิน
ซึ่งเป็นภาษีประชาชนเข้าไปอุ้มบริษัทดังกล่าว
ซึ่งได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในรูปของเอกชนเต็มตัวแล้ว
หากมีปัญหาเรื่องเงินทุนดำเนินการก็ควรไประดมทุนจากนักลงทุนเอกชนที่สนใจ
ไม่ใช่จะมาเอาเงินรัฐเข้าไปอุ้มอย่างไม่รู้จักจบสิ้นเช่นนี้

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า
โครงการเหมืองแร่โปแตชของอาเซียนดังกล่าวในเชิงพาณิชย์แล้วมีความคุ้มค่าทาง
ในการลงทุนต่ำมาก เพราะแหล่งแร่โปแตชแห่งนี้เป็นแร่ชนิด "คาร์นัลไลต์"
ที่มีโปแตชเปอร์เซ็นต์ต่ำ
ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมผู้รับผิดชอบโครงการไร้ปัญญา
ที่จะหาผู้ร่วมทุนหรือแหล่งเงินทุนมาดำเนินการเหมืองแร่ต่อได้
จนกลายเป็นโครงการล้มเหลวตายซากมานานกว่า 30 ปี ผลาญงบไปแล้วกว่า 1,000
ล้านบาท แต่ยังไม่ได้แร่โปแตชขึ้นมาใช้แม้แต่เม็ดเดียว
และยังต้องการเงินเข้าสนับสนุนโครงการอีกทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 20,000
ล้านบาท

" ขณะที่สถานะของ บริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน
ในขณะนี้ก็ตกอยู่ในสภาพไม่มีรายได้
ไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายเงินเดือนพนักงานมานานแล้ว
และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนทั้งเรื่อง EIA และ
ประทานบัตรเหมืองแร่ แต่อย่างใด" นายเลิศศักดิ์ กล่าว

นายเลิศศักดิ์ กล่าวต่อว่า แร่โปแตชชนิด"คาร์นัลไลต์"
ในพื้นที่แหล่งแร่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เป็นแร่โปแตชเปอร์เซ็นต์ต่ำ
มีปริมาณโพแทสเซียม (K) เพียง 14.07% หรือโพแทสเซียมออกไซด์ (K2O)
สูงเพียง 16.95% หรือคิดเป็นโพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) 26.83% เท่านั้น
จึงเสี่ยงต่อการลงทุนมากและมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสูงเพราะต้องใช้น้ำใน
ขบวนการแต่แร่จำนวนมหาศาล
แต่รัฐบาลกลับดื้อดึงเลือกที่จะนำมาดำเนินการเองตลอดเวลา

ส่วนแหล่งแร่โปแตช พื้นที่ จ.อุดรธานีและ จ.สกลนคร
กลับใส่พานประเคนให้บริษัทเอกชนต่างชาติ เอาไปดำเนินการ
ทั้งที่แร่โปแตชที่พบในพื้นที่เหล่านี้ เป็นชนิด "ซิลไวต์"
ซึ่งเป็นแร่โปแตชที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีปริมาณของโปแตสเซียม (K) สูงถึง
52.44% หรือ โปแตสเซียมออกไซด์ (K2O) สูงถึง 63.17% หรือ
โปแตสเซียมคลอไรด์ (KCI) 100%

การ พยายามปลุกผีโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียนครั้งนี้
น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากล เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ซึ่งเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรงมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวเกี่ยวโปแตชดีมาก
เพราะครอบครัวพ่อแม่ธุรกิจค้าขายเกลือ ที่จ.มหาสารคามมาก่อน
และทราบว่าได้ไปโรด์โชว์พบปะนักลงทุนอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตช
ทั้งที่จีนและออสเตรีย มาตลอด
แล้วทำไมจึงไม่ดึงเข้ามาร่วมทุนในโครงการเหมืองแร่โปแตชที่ จ.ชัยภูมิ
หรือมุ่งที่จะดึงไปที่โครงการเมืองแร่ของเอกชนที่ จ.สกลนคร
ที่มีแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดินร่วมผลักดันอยู่เบื้องหลังมากกว่า
สิ่งที่น่าต้องข้อสังเกตอีกประการสำคัญ คือ
เป็นที่รับรู้ในหมู่ของประชาชนชาวชัยภูมิมาตลอด ว่า
พื้นที่ตั้งโครงการเหมืองแร่โปแตช อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ
มีกลุ่มนักการเมืองใหญ่ในพื้นที่
ซึ่งได้มีส่วนผลักดันโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่องและล่าสุดได้ย้ายมาสังกัด
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น
ได้มีการรวบรวมกว้านซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมาก
จึงไม่ทราบว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการพยายามปลุกผีโครงการ
ครั้งนี้หรือไม่ นายเลิศศักดิ์ กล่าว

จับตา 7 เหมืองโปแตชอีสาน

นายเลิศศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
จากการที่ได้ศึกษาติดตามโครงการเหมืองแร่โปแตช ในภาคอีสานมาโดยตลอด
ล่าสุดพบว่าหลังจากมีการแก้ไข พ.ร.บ.แร่ ฉบับพ.ศ. 2545
ให้สามารถทำเหมืองใต้ดินลึกกว่า 100
เมตรได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของที่ดินข้างบน
ทำให้มีการยื่นขอสำรวจและผลิตแร่โปแตชในอีสาน จำนวนถึง 7 โครงการ แล้ว
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก ประกอบด้วย

1. โครงการเหมืองแร่โปแตช จ. นครราชสีมา 1 วันที่ 13 พ.ค. 2548
บริษัท เหมืองไทยสินทรัพย์ จำกัด ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจในพื้นที่
อ.คง อ.บัวใหญ่ อ.บ้านเหลื่อม อ.ขามสะแกแสง จ. นครราชสีมา 28 แปลง
เนื้อที่ 280,000 ไร่

2. โครงการเหมืองแร่โปแตช จ. นครราชสีมา 2 วันที่ 12 ก.ค. 2548
บริษัท ธนสุนทร (1997) จำกัด ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจในพื้นที่
ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา 3 แปลง เนื้อที่ 30,000 ไร่

3. โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.ขอนแก่น วันที่ 5 ก.ค. 2548 บริษัท
กรุงเทพโยธาอุตสาหการ จำกัด ได้ยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตช 10
แปลง เนื้อที่ 100,000 ไร่ ในท้องที่ ต.บ้านทุ่ม ต.บ้านหว้า อ.เมือง และ
ต.บ้านฝาง ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น

4. โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.มหาสารคาม วันที่ 17 ก.ค. 2548
บริษัทไทยสารคามอะโกร โปแตช จำกัด ยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตช
ในท้องที่ ต.หนองเม็ก และ ต.บ่อพาน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม 2 แปลง
เนื้อที่ 20,000 ไร่

5. โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.สกลนคร ปี 2519 - 2520
กรมทรัพยากรธรณีเจาะสำรวจแร่ที่ อ.วานรนิวาส อ.พรรณานิคม อ.สว่างแดนดิน
จ.สกลนคร พบแร่โปแตชชนิด Carnallite และ Sylvite วันที่ 16 พ.ค. 2547
บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษ เพื่อสำรวจแร่โปแตชใน อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร 12
แปลง เนื้อที่ 120,000 ไร่

6. โครงการเหมืองแร่โปแตชของอาเซียน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ
วันที่ 28 ต.ค. 2547 บริษัท APMC ยื่นคำขอประทานบัตรในการดำเนินโครงการฯ
ในเขตท้องที่ ต.บ้านตาล ต.บ้านเพชร และ ต. ห้วยทะเล อ.บำเหน็จณรงค์
จ.ชัยภูมิ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่จำนวน 9,708 ไร่
และช่วงหลังได้ทบทวนขอเปิดพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมด 40,000 ไร่

และ 7. โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี
สำรวจแล้วเสร็จไปแล้วและขณะนี้ บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น
จำกัด (เอพีพีซี) ขอสัมปทานทำเหมืองใต้ดินแหล่งอุดรใต้ 22,437 ไร่
ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมือง ต.ห้วยสามพาด ต.นาม่วง กิ่ง
อ.ประจักษ์ศิลปาคม และแหล่งอุดรเหนือกว่า 52,000 ไร่ ในเขตเทศบาลนครอุดร
อ.เมือง อ.หนองหาน และกิ่ง อ.ประจักษ์ศิลปาคม รวม 74,437 ไร่
ซึ่งปัจจุบันบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
ได้เข้ามาซื้อกิจการดำเนินโครงการอยู่
และพยายามเร่งรัดขั้นตอนการรังวัดปักหมุดเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรและโรงงาน
แต่งแร่

โคราชตั้งวอร์รุมคุมหวัด2009 วอลเล่ย์ยุวชนชิงแชมป์โลก

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น
เมื่อ เวลา 11.30 น. วันที่ 2 ก.ค.52 ร.อ นพ.วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์
ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา
กล่าวถึงมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในการแข่งขันวอลเล่ย์บอลหญิงยุวชนชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 3-12 กค.นี้
ที่มีนักกีฬาจาก 16 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา
,ญี่ปุ่น และเม็กซิโก ที่มีจำนวนผู้ป่วยมากในลำดับต้นๆ ของโลกว่า ทาง
สสจ. ได้จัดทีมป้องกันโรค ร่วมกับ รพ.มหาราชนครราชสีมา ,สนง.ควบคุมโรคที่
5 และ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เขต 5 นครราชสีมา
โดยตั้งศูนย์วอร์รูมประสานงาน ประจำอยู่ภายในโรงแรมสีมาธานี ถ.มิตรภาพ
อ.เมือง ซึ่งเป็นที่พักของนักกีฬา และทีมงาน โดยจะเปิดให้บริการตลอด 24
ชม. ตั้งแต่วันนี้ ( 2 กค. ) จนถึงวันสุดท้ายที่คณะนักกีฬา เดินทางกลับ
ผู้ช่วย สสจ.กล่าวว่า
เบื้องต้นจะมีการตรวจสอบคัดกรองนักกีฬาตั้งแต่เข้าสู่โรงแรมที่พัก
โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ตรวจสอบโดยละเอียด จากแพทย์ -พยาบาล
สนง.สาธารณสุข ฯ ที่จะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทางหู ระบบอินฟาเรด
ตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นจะอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคเบื้องต้น ให้แก่นักกีฬา
โค้ช ผู้ฝึกสอน ผู้ดูแลนักกีฬา กลุ่มผู้ให้บริการ
และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
ซึ่งเป็นการบรรยายให้ความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับนักกีฬาต่างชาติ
นอกจากนี้ยังได้แจกกิ๊ปเซต ที่มีอุปกรณ์ในการป้องกันโรค
ประกอบด้วยหน้ากากป้องกัน เอกสารคำแนะนำภาษาอังกฤ และภาษาไทย
ที่มีแบบฟอร์มการสอบถามประวัติของนักกีฬา เจลล้างมือ ถุงยางอนามัย
และปรอทวัดไข้ ที่เตรียมไว้จำนวน 500 ชุด เพื่อให้นักกีฬา
และผู้เกี่ยวข้อง ได้ตรวจวัดระดับอุณหภูมิของร่างกาย
แล้วกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มส่งให้ จนท.สนง.สาธารณสุข ฯ
ที่ประจำศูนย์วอร์รูม ในเวลาช่วงเช้าทุกวัน โดยเราจะรวบรวมผล
เพื่อประเมินหากลุ่มเสี่ยง หากคนใดมีอาการป่วยมีไข้
หรือมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เราจะคัดแยกตัวผู้ป่วย
และนำตัวส่งโรงพยาบาลไปตรวจเชื้ออย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานทางการแพทย์ว่าพบผู้ป่วย
หรือผู้ติดเชื้อหวัด ฯ ส่วนสาเหตุที่ รร.มารีย์วิทยา
สถานศึกษาเอกชนชื่อดัง ของ จ.นครราชสีมา
และมีขนาดใหญ่โดยมีจำนวนนักเรียนมากที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ซึ่งมีจำนวนนักเรียนกว่า 6 พันคน ได้ประกาศหยุดเรียน 4 วัน
ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากพบนักเรียนชั้นอนุบาล
ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก และมีนักเรียนชั้นมัธยมปลาย
จำนวนหนึ่งป่วยเป็นไข้หวัด ทางผู้บริหาร ฯ จึงต้องสั่งปิดชั่วคราว
เพื่อทำความสะอาด ผลการตรวจได้ยืนยันมาว่าไม่มีใครติดเชื้อไข้หวัด 2009
แต่อย่างใด
Add starShareShare with noteEmail

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"จุรินทร์" กดปุ่มเดินเครื่อง "3D" ทั่วประเทศที่โคราช เผยเทงบพัฒนาสถานศึกษาอีสาน 6,000 ล้าน

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- "จุรินทร์" รมว.ศึกษาธิการ กดปุ่มเปิดโครงการ
"สถานศึกษา 3D" เดินเครื่องทั่วประเทศอย่างเป็นทางการที่โคราช
หวังให้ทุกแห่งเป็นสถานศึกษาส่งเสริม ปชต.คุณธรรม ความเป็นไทย
และห่างไกลยาเสพติด
เผยสั่งการผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศดูแลแก้ปัญหาร้านจำหน่ายสุรา-บุหรี่
สิ่งมอมเมาตั้งใกล้สถานศึกษาแล้ว ระบุทุ่มงบปี '53
พัฒนาสถานศึกษาอีสานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 6,000 ล้าน

วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น.ที่โรงเรียนสุขานารี อ.เมือง
จ.นครราชสีมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เดินทางมาปฏิบัติราชการที่จังหวัดนครราชสีมา และมอบนโยบายสถานศึกษา 3D
พร้อมตรวจเยี่ยมสถานศึกษา โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมนักเรียน
นักศึกษา และผู้ปกครอง
ในจ.นครราชสีมาให้การต้อนรับและรับมอบนโยบายจำนวนมาก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของการเดินทางมาปฏิบัติราชการที่จ.นครราชสีมา
คือ เพื่อมาเปิดโครงการสถานศึกษา 3 ดี เป็นครั้งแรก
หลังจากที่ได้มอบนโยบายให้กับสถานศึกษาทั่วประเทศไปแล้ว
โดยสถานศึกษาทุกระดับชั้นทั้งสถานศึกษาภาครัฐและเอกชนจะต้องปฏิบัติตาม

โครงการสถานศึกษา 3D นั้น ประกอบไปด้วย
สถานศึกษาส่งเสริมประชาธิปไตย คุณธรรมความเป็นไทย และห่างไกลยาเสพติด
ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ (28 มิ.ย.)
จะเป็นการทำพิธีเปิดดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกพร้อมกันทั่ว
ประเทศ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ซึ่งสถานศึกษาบางแห่งได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ปัญหาร้านจำหน่ายสุรา และสิ่งมอมเมา
หน้าสถานศึกษา หรือตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษานั้นเป็นอีก 1
เรื่องที่บรรจุอยู่ใน D ตัวที่ 3 คือ สถานศึกษาห่างไกลยาเสพติด
ซึ่งเรื่องนี้ได้ให้นโยบายกับผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งไปแล้วว่าจะต้องเข้า
ไปดูแลแก้ปัญหา เพราะเหล้า บุหรี่
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่นๆ ที่สถานศึกษาต้องใส่ใจ
ให้นักเรียนลด ละ เลิกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด

สำหรับการพัฒนาสถานศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงหนือ กระทรวงศึกษาธิการ
และรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
โดยงบประมาณที่จัดให้กระทรวงศึกษาธิการในปีงบประมาณ 2553 นั้น
ถือว่าเป็นกระทรวงฯที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากเป็นอันดับ 1
และได้จัดสรรให้มากเป็นกรณีพิเศษในภาคอีสาน

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชน
โดยเฉพาะงบประมาณที่ขาดแคลนมาทุกๆ ปีรัฐบาลก็ได้จัดสรรให้จำนวนมาก เช่น
งบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน, การก่อสร้างอาคารเรียนใหม่,
การสร้างห้องสุขา, การสร้างห้องสมุด
ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญกับนักเรียนทุกระดับชั้น
และการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ เป็น
สิ่งเหล่านี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการแล้ว

"งบพัฒนาสถานศึกษาของภาคอีสานในงบประมาณ ปี 2553
นับได้ว่าได้รับการจัดสรรมาสูงมากเป็นประวัติการณ์ คือ ทั้งภาคได้ประมาณ
6,000 ล้านบาท โดยกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั้ง 19 จังหวัด
ซึ่งเชื่อว่างบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไปให้นั้นจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
สำหรับการพัฒนาสถานศึกษาในภาคอีสาน" นายจุรินทร์ กล่าวในตอนท้าย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073024

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา ร่วมกิจกรรมรณรงค์ 5 อ. สู่สุขภาพสมบูรณ์สูงสุด เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ประจำปี 2552

ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา ร่วมกิจกรรมรณรงค์ 5 อ.
สู่สุขภาพสมบูรณ์สูงสุด เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ประจำปี 2552


from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา
วัน ที่ 25 มิถุนายน 2552 (17.00 น.)นางกุสุมา วงษ์จันทร์
รองนายกเทศมนตรีนคร นครราชสีมา เปิดงานการจัดกิจกรรมในวันไอโอดีนแห่งชาติ
ประจำปี 2552 และมอบเกลือไอโอดีน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในกิจกรรม
ศสสช./ศสมร/ศสมว. ณ สวนภูมิรักษ์(แห่งที่ 2) ถนนมุขมนตรี โดยมี
ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ
สำนักงานการสาธารณสุขสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครนครราช กลุ่มงาน OTOP
สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพชมรม อสม.เขตอำเภอเมืองนครราชสีมา
จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของสารไอโอดีนแด่ประชาชนทั่วไป
และศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา
ได้แนะนำความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โคราชจัด "ไอที แฟร์ 2009" ใหญ่สุดอีสาน-ผู้ประกอบรวมพลกระตุ้นตลาดฝ่าวิกฤต

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ชมรมผู้ประกอบการไอทีเมืองย่าโมร่วมจัดงาน"ไอที
แฟร์โคราช 2009" ใหญ่สุดในอีสาน
เผยผู้ประกอบการร้านค้า-ผู้ผลิตสินค้าไอทีหลากหลายชนิดรวมพลกระตุ้นตลาดฝ่า
วิกฤตร่วมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีไอทีด้านต่างๆ กว่า 40 ร้าน
พร้อมเน้นให้ความรู้ ปชช. เข้าชมงานหวังพัฒนาศักยภาพเยาวชนกล้าเป็นนักคิด
นักประดิษฐ์ และเติบโตเป็นบุคลากรมีคุณภาพด้านเทคโนโลยีและไอที

ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี "ไอที แฟร์
โคราช 2009 : IT FAIR KORAT 2009 " ได้เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมี
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ชั้น 3 ห้องเอ็มซีซีฮอลล์ และ วาไรตี้ฮอลล์
เดอะมอลล์ นครราชสีมา ท่ามกลางมีผู้ประกอบการ นักธุรกิจ เยาวชน นักเรียน
นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ซึ่งมีกำหนดจัดงานไปถึงวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้

นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า
ต้องขอขอบคุณชมรมผู้ประกอบการไอทีโคราชและคณะผู้ร่วมจัดงาน ไอที
แฟร์โคราช ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดงานนี้ขึ้นมา
เพื่อทำให้จังหวัดนครราชสีมากลายเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีด้านไอที
เนื่องจากนครราชสีมา
เป็นจังหวัดใหญ่ของภาคอีสานมีแนวโน้มในการเจริญเติบโตทางด้านธุรกิจเกี่ยว
กับสินค้าไอทีสูงขึ้นทุกปี และมีกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์
โทรคมนาคม โฟโต้ดิจิตอล และกิจการเกี่ยวเนื่องอยู่เป็นจำนวนมาก

ขณะ เดียวกัน การเติบโตของเทคโนโลยีด้าน ICT ด้านต่างๆ นั้น
เป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม
โฟโต้ดิจิตอล และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ
นักเรียน นักศึกษา
และประชาชนทั่วไปทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง
ได้มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยี พร้อมเลือกซื้อคอมพิวเตอร์
และอุปกรณ์ไอทีด้านต่างๆ ในราคาประหยัด

ทางด้าน นายชาคริต ปวรินทร์พงษ์ ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ไอทีโซน ประธานชมรมผู้ประกอบการไอทีโคราช กล่าวว่า
ชมรมผู้ประกอบการไอทีโคราช
เป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการห้างร้านบริษัทจำหน่ายสินค้าไอทีในเมือง
โคราช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดสินค้าไอที
ให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนใน
จ.นครราชสีมาได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น
เนื่องจากกระแสการเจริญเติบโนของเทคโนโลยีด้านไอที
ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทางชมรมผู้ประกอบการไอทีโคราช
และกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่อง จากส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น
ได้ร่วมกันจัดงานแสดงสินค้าไอทีขึ้นยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
และขายในราคาถูกมากเป็นพิเศษ
เพื่อโหมกระตุ้นตลาดไอทีให้มีความคึกคักขึ้นในภาวะเศรษฐกิจซบเซาในปัจจุบัน
โดยมีผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้าไอทีหลากหลายชนิด
กว่า 40 ร้าน เข้าร่วมในงานแสดงเทคโนโลยี และสินค้าไอที
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคอีสานในครั้งนี้

นอก จากนี้ ไม่ใช่มีเพียงแต่การจำหน่ายสินค้าเท่านั้น
ภายในงานยังมีการให้ความรู้ทางเทคโนโลยีด้านไอทีต่างๆ
ให้กับผู้ที่เข้าร่วมชมงาน
โดยมุ่งหวังจะมีส่วนร่วมในการให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี แก่ เยาวชน
นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง
ให้กล้าที่จะเป็นนักคิด นักประดิษฐ์
และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพด้านเทคโนโลยีและไอทีต่อไป

สีกากีฉาวอีก! "นำพล" อดีตนักมวยดัง โร่แจ้งจับ ตร.โคราช - ล็อกแขนซ้อมน่วมคาโรงพัก

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - วงการสีกากีฉาวโฉ่อีก ! "นำพล หนองกี่พาหุยุทธ"
อดีตนักมวยชื่อดังก้องฟ้าเมืองไทย ควง "นำขบวน" น้องชาย โร่แจ้ง
จับตำรวจโคราชกับพวก แฉถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังก่อนซ้อมสะบักสะบอมคาโรงพัก
หลังเข้ารวบตัวอ้างข้อหาเล่นพนัน "ปั่นแปะ"
ขณะร่วมสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในสถานบันเทิงดังกลางเมืองย่าโม
ยันเรียกร้องความเป็นธรรมและดำเนินคดี ตร.ที่เรียกตัวเองว่าเป็น
"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ถึงที่สุด

วันที่ 25 มิ.ย. เมื่อเวลา 20.30 น.ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา
อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายนำพล สีจันทึก หรือ "นำพล หนองกี่พาหุยุทธ" อายุ
40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 594/7 ถ.ช้างเผือก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
อดีตนักมวยไทยชื่อดัง ทำสถิติค่าตัวในการชกแพงสุดถึง 1.8 แสนบาท
เจ้าของฉายา "ขุนเข่าหน้าเปื่อย" และเป็นเจ้าของร้านเนื้อย่างเกาหลี
"นำพล เนื้อย่างเกาหลี" หลายสาขาใน จ.นครราชสีมา
ซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายฟกช้ำ พร้อมนายเพียว กฤตภาดล (สีจันทึก) อายุ 37 ปี
หรือ "นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ" น้องชาย อดีตนักชื่อดังเช่นกัน
ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ท.ภัทรวุธ สีหะ ร้อยเวร
สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา
ประมาณ 4-5 คน ที่ทำร้ายร่างกาย

นายนำพล สีจันทึก เปิดเผยว่า กลางดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 21
มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนพร้อมเพื่อนประมาณ 4-5 คน
ได้ไปนั่งสังสรรค์กันอยู่ในร้านอาหารบ้านโคราช เขตเทศบาลนครนครราชสีมา
และได้เล่นปั่นแปะกันเพื่อความสนุกสนานกันแบบเล่นๆ ภายในกลุ่ม จู่ๆ
ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 4-5 นาย เข้ามาจับกุมพวกตนทั้งหมด
แต่ใส่กุญแจมือตนเพียงคนเดียว ก่อนนำทุกคนขึ้นรถไปยัง สภ.เมืองนครราชสีมา
และนำตัวเข้าไปยังห้องสืบสวนสอบสวน

จากนั้นตนได้ต่อว่าตำรวจไปเล็กน้อยว่า ทำเกินไปและทำเกินกว่าเหตุ
ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มตำรวจดังกล่าว
และตำรวจหนึ่งในนั้นได้ใช้เท้าเตะเข้ามาที่บริเวณหน้าแต่ตนยกมือที่ใส่กุญแจ
อยู่รับเพื่อป้องกันตัวเองไว้ได้ทัน
เมื่อตำรวจกลุ่มนั้นรู้ว่าตนเป็นนักมวยยังสามารถป้องกันตัวเองได้
จึงเปลี่ยนให้มือไปไพล่หลังแล้วใส่กุญแจมือแทน
ก่อนที่จะให้ตำรวจอีกคนจับมือไว้
และตำรวจคนเดิมได้กระหน่ำเตะและต่อยตนจนสะบักสะบอม
เลือดอาบทั่วใบหน้าและลำตัว
ท่ามกลางสายตาของกลุ่มเพื่อนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้

ต่อมามีเพื่อนที่รู้จักกันมาเจรจาขอร้องให้ตำรวจปล่อยตัวพวกตนออกมา
จากนั้นตนได้เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลโคราชเมโมเรียล
ซึ่งแพทย์ได้ออกใบรับรองแพทย์ให้ โดยแพทย์ระบุว่า แขนด้านขวาหลุด
เส้นเลือดฝอยตาขวาแตก และคิ้วซ้ายแตก ร่างกายบอบช้ำ
ซึ่งแพทย์ยังไม่ยืนยันว่าจะหายเป็นปกติได้เมื่อไร

นายนำพลกล่าวต่อว่า
หลังเกิดเหตุตนมีธุระจำเป็นไปช่วยงานญาติติดต่อกันหลายวัน
จนกระทั่งคืนวันที่ 25 มิ.ย.
จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา
เพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกลุ่มดังกล่าว
ในข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
และเป็นเจ้าพนักงานทำเกินกว่าเหตุ
รวมทั้งต้องการขอความเป็นธรรมให้เป็นกรณีตัวอย่างกับประชาชนที่ถูกเจ้า
หน้าที่ตำรวจที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กระทำอย่างโหดร้าย
ซึ่งตนยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่
กลุ่มนี้และไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย แต่จำหน้าตาตำรวจทุกคนได้เป็นอย่างดี
และขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072168

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา ในงานกิจกรรม "คนโคราชรักษ์สุขภาพ" โดยมีผู้ว่าฯโคราชร่วมในกิจกรรม

ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา ในงานกิจกรรม "คนโคราชรักษ์สุขภาพ"
โดยมีผู้ว่าฯโคราชร่วมในกิจกรรม


from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานเลขานุการศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา
วัน ที่ 24 มิถุนายน 2552 (เวลา 17.00 น.) นายประจักษ์ สุวรรณภักดี
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำ ข้าราชการ พ่อค้า ทหาร ตำรวจ
ประชาชนทั่วไปและนักเรียนนักศึกษา ออกกำลังกายเดินเพื่อสุขภาพ
เปิดโครงการอย่างเป็นทางการในกิจกรรม "คนโคราชรักษ์สุขภาพ" ณ
สวนน้ำบุ่งตาหลัว นครราชสีมา โดยมี ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา
โรงพยาบาลเอกชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานด้านสุขภาพในพื้นที่
ได้จัดนิทรรศการให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศูนย์อนามัยที่ 5 แถลงข่าวการแข่งขัน "Korat Low Fat" (ปฏิบัติการฝ่าวิกฤติ พิชิตพุง)

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักงานเลขานุการศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา
วัน ที่ 19 มิถุนายน 2552 (เวลา 10.00 น.) นางพัชรี หลาวทอง
นักวิชาการสาธารณสุข(ด้านโภชนาการ)เชี่ยวชาญ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 แถลงข่าวการแข่งขัน "Korat Low Fat"
(ปฏิบัติการฝ่าวิกฤติ พิชิตพุง) โดยได้รับความร่วมมือจาก KCTV นครราชสีมา
และโรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์ โฮเทล นครราชสีมา ณ โรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์
โฮเทล นครราชสีมา ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดมาตรการ
การสร้างความตระหนักการให้ความรู้ในวงกว้าง
และการรณรงค์สร้างกระแสคณะกรรมการที่ปรึกษา ภาคประชาชนศูนย์อนามัยที่ 5
นครราชสีมา เล็งเห็นความสำคัญของการที่จะลดความเสี่ยงทั้ง 5 โรคร้าย
จึงได้ประสานความร่วมมือกับ KCTV นครราชสีมา และโรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์
โฮเทล นครราชสีมา จัดกิจกรรม "Korat Low Fat" (ปฏิบัติการฝ่าวิกฤติ
พิชิตพุง) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดความเสี่ยง คือ
ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี
เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต โดยการลดน้ำหนักที่จะได้ผลอย่างถาวร
ต้องอาศัยเวลา และความอดทน สามารถเลือกรับประทานอาหารได้เหมาะสม
สามารถคิดปริมาณพลังงานจากสารอาหารได้ และรู้หลักของ
การจัดอาหารให้สมดุลและผู้ร่วมโครงการและผู้ที่สนใจได้ตระหนัก
ในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ในกิจกรรมการแข่งขัน "Korat Low Fat"
(ปฏิบัติการฝ่าวิกฤติ พิชิตพุง) คุณสมบัติของผู้สมัคร นั้น อายุ 30-50 ปี
ผู้ชายต้องมีรอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 90 ซม.
ผู้หญิงต้องมีรอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 80 ซม.
ไม่มีโรคประจำตัวที่อยู่ในระหว่างการรักษา โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่
15 - 28 มิถุนายน 2552
และมีการสัมภาษณ์คัดเลือกผู้เข้าร่วมแข่งขันให้เหลือเพียง 10 ท่าน ใน
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2552 เมื่อได้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 10
ท่านแล้ว ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา
ทำการตรวจสุขภาพ
ผู้เข้าแข่งขันและให้ความรู้เรื่องการบันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหารและ
การออกกำลังกาย ในการรับประทานอาหารของผู้ร่วมเข้าแข่งขันนั้น
ทางโรงแรมราชพฤกษ์สนับสนุนอาหาร ของทางโรงแรมในมือกลางวัน
โดยมีอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกรับประทานได้เอง และในทุกวันศุกร์
มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านอาหารและการออกกำลังกาย
ส่วนผู้ที่อยากจะติดตามการแข่งขัน "Korat Low Fat" (ปฏิบัติการฝ่าวิกฤติ
พิชิตพุง) สามารถติดตามได้ที่ KCTV ช่อง 8 ออกอากาศทุกวันศุกร์
ในรายการข่าวเช้า เวลาประมาณ 09.00 น.

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หยุดวิ่ง 2 วันรถไฟสายอีสานสูญค่าตั๋วกว่า 2 แสน - สถานีทุกแห่งวังเวง/รถโดยสารรับอานิสงส์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2552 16:08 น.
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- หยุดเดินรถ 2 วัน รถไฟสายอีสานสูญรายได้ค่าตั๋วกว่า
2.4 แสน ขณะที่บรรยากาศสถานีรถไฟทุกแห่งของโคราชประตูสู่อีสานสุดวังเวง
ร้านค้าปิดกิจการชั่วคราว จนท.นำป้ายติดประกาศ "งดเดินรถทุกขบวน"
ทางด้านสถานีขนส่งรถโดยสารโคราชมีปชช.หันมาใช้บริการเพิ่มขึ้น 10-20%
ยังไม่จำเป็นต้องเสริมเที่ยวรถ เหตุยังเพียงพอให้บริการ
ประกอบกับเป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางน้อย

วันนี้ ( 23 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
หลังจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)
หยุดงานประท้วงการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงิน
ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือ การแปรรูปการรถไฟ เป็นวันที่ 2
ล่าสุดตลอดทั้งวันนี้ บรรยากาศที่สถานีรถไฟทุกแห่งใน จ.นครราชสีมา
ทั้งสถานีรถไฟชุมทางบ้านเกาะ,จิระ และสถานีรถไฟนครราชสีมา
เต็มไปด้วยความเงียบเหงา ร้านค้าภายในสถานีปิดกิจการชั่วคราว
มีเพียงพนักงานแผนกขายตั๋วและสารวัตรรถไฟเท่านั้นที่มาทำงานตามปกติ
โดยที่สถานีรถไฟนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา
เจ้าหน้าที่นำป้ายมาติดประกาศไว้หน้าห้องจำหน่ายตั๋ว ระบุว่า "วันนี้
งดเดินขบวนรถทุกขบวน"

นายสมศักดิ์ เตียนพลกรัง นายสถานีรถไฟนครราชสีมา เปิดเผยว่า
วันนี้ (23 มิ.ย.) มีรถไฟเที่ยวสุดท้าย วิ่งไปส่งผู้โดยสารที่กรุงเทพฯ
ช่วงเวลา 00.30 น.
จากนั้นรถไฟสายอีสานทุกขนวนก็หยุดวิ่งทั้งหมดโดยสิ้นเชิงทั้ง
ขาขึ้นขาล่อง ซึ่งที่สถานีรถไฟนครราชสีมา
จึงมีเพียงพนักงานให้บริการส่วนหน้ามาทำงานตามปกติเท่านั้น
ส่วนพนักงานขับรถและช่างเครื่องได้หยุดงานเกือบทั้งหมด
ตามที่ยื่นใบลาป่วยเอาไว้

สำหรับผู้โดยสารส่วนใหญ่ทราบข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า
รถไฟหยุดวิ่งทุกขบวนทั่วประเทศ
จึงมีเพียงโทรศัพท์เข้ามาสอบถามว่าจะเปิดวิ่งตามปกติได้เมื่อใด
ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้
แต่ก็มีผู้โดยสารบางคนที่เดินทางมาที่สถานีแต่ต้องผิดหวังกลับไป

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า
ปกติแล้วรถไฟท้องถิ่นชุมทางภาคอีสานทั้งหมด
ทั้งสายนครราชสีมา-อุบลราชธานี และนครราชสีมา-หนองคาย
มีรายได้จากการจำหน่ายตั๋วในช่วงที่ยังไม่มีบริการรถไฟฟรี วันละกว่า 1.2
แสนบาท แต่ช่วงที่มีรถไฟฟรีจากรัฐบาลทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายตั๋วต่อวันประมาณ
50,000-60,000 บาท ฉะนั้นการหยุดเดินรถไฟรวม 2 วัน
ส่งผลให้เสียรายได้เฉพาะจากค่าจำหน่ายตั๋วไปแล้วไม่น้อยกว่า 2.4 แสนบาท
หรือ กว่า 1.2 แสนบาท กรณีที่มีบริการรถไฟฟรี

"ขณะนี้ทางสถานีรถไฟโคราช
ได้แก้ไขปัญหาโดยแนะนำให้ผู้โดยสารไปเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและใช้บริหาร
รถโดยสารประจำทาง พร้อมทั้งให้ติดตามข่าวในสื่อต่างๆ
ว่ารถไฟจะเปิดเดินรถได้เมื่อใด
หรือสามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบถามได้ที่สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชม."
นายสมศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า
สำหรับบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ถ.มิตรภาพ
อ.เมือง จ.นครราชสีมา
มีประชาชนมาซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารประจำทางต่อไปยังต่างอำเภอและจังหวัดต่าง
ๆ ทางภาคอีสาน เช่น บุรีรัมย์,สุรินทร์,อุบลราชธานี, ขอนแก่น และหนองคาย
เพิ่มขึ้นจากปกติเล็กน้อย

นายมนัส รุ่งปิ่น นายสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2
เปิดเผยว่า หลังจากรถไฟหยุดวิ่งได้เป็นวันที่ 2 ในวันนี้ (23 มิ.ย.)
ส่งผลให้สถานีขนส่งคึกคักขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
เนื่องจากปกติแล้วช่วงนี้ไม่ค่อยมีผู้โดยสารเดินทางทำให้บรรยากาศที่สถานีขน
ส่งฯ เงียบเหงามาโดยตลอด เพราะไม่ใช่ช่วงเทศกาล
เมื่อรถไฟหยุดวิ่งผู้โดยสารที่เคยใช้บริการรถไฟก็หันมาใช้บริการรถโดยสาร
เพิ่มขึ้นบ้างประมาณ 10-20%
ทำให้ผู้ประกอบการรถโดยสารมีรายได้บ้างแต่ก็ไม่มาก

อย่างไรก็ตามจำนวนผู้โดยสารที่เปลี่ยนจากเดินทางด้วยรถไฟมาใช้บริการ
รถโดยสารประจำทางดังกล่าว ถือว่าไม่มาก
จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มเที่ยวรถเสริมอีก
เพราะรถโดยสารที่มีอยู่เพียงพอให้บริการอยู่แล้ว แต่ทางสถานีฯ
ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้เตรียมรถเสริมไว้รองรับ
เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีขนส่งฯ อย่างเด็ดขาด

"ทราบ ว่าขณะนี้ผู้ประกอบการได้เตรียมรถไว้เสริมไม่น้อยกว่า 100
คัน โดยเฉพาะรถโดยสารที่วิ่งไปยังจังหวัดทางภาคอีสาน
ฉะนั้นประชาชนไม่ต้องกังวลมาใช้บริการรถโดยสารที่สถานีขนส่งฯ
จะถึงปลายทางทุกคนและไม่มีตกค้างแน่นอน" นายมนัส กล่าวในที่สุด


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000070876

พนักงานขับอีสานแห่ลาป่วยหยุดวิ่งรถไฟ-ร่วมประท้วงป้องสมบัติชาติ/ต้านแปรรูป

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - พนักงานขับรถไฟอีสานแห่ยื่นใบลาป่วยต่อเนื่อง
ส่งผลรถไฟสายอีสานหยุดวิ่ง
ร่วมประท้วงรักษาสมบัติชาติค้านแปรรูปการรถไฟฯให้นายทุน
และนักการเมืองโคตรโกงฮุบ ด้านนายสถานีรถไฟโคราช
เผยช่วงเช้ารถไฟสายอีสานยังคงวิ่งส่งผู้โดยสารตามปกติ
แต่หยุดวิ่งหมดช่วงเย็นพร้อมรับคืนตั๋วจ่ายเงินคืน
ปชช.ขณะประธานสหภาพแรงงานรถไฟฯ โคราช ระบุ
เย็นวันนี้รถไฟสายอีสานหยุดวิ่งสิ้นเชิง คาดยืดเยื้อไม่ต่ำกว่า 2 วัน วอน
ปชช.เห็นแก่ชาติ และผลประโยชน์ส่วนรวมระยะยาว

วันนี้ (22 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ภายหลังสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)
ประกาศหยุดเดินรถไฟทั่วประเทศเพื่อประท้วงการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ
เพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หรือ
การแปรรูปการรถไฟฯ นั้น ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สถานีรถไฟ นครราชสีมา
อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ยังคงมีประชาชนชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาใช้บริการรถไฟต่อเนื่อง
โดยทางสถานีได้แจ้งหยุดเดินรถเพียงบางขบวนเท่านั้น

นายทวี กลมป้อง นายสถานีรถไฟนครราชสีมา เปิดเผยว่า
ในช่วงเช้ารถท้องถิ่นวิ่งจากจังหวัดนครราชสีมาไปยังจังหวัดทางในภาคอีสาน
ทั้งปลายทางที่ จ.บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ,อุบลราชธานี
และปลายทางที่ จ.ขอนแก่น, อุดรธานี และ หนองคาย ยังวิ่งตามปกติ
โดยที่ผ่านมาได้นำผู้โดยสารไปส่งปลายทางตามเที่ยววิ่งเดินรถปกติ
แต่มีเพียงขบวนที่ 146 กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี รถด่วนพิเศษ
ออกจากสถานีนครราชสีมา เวลา 10.14 น.ที่แจ้งหยุดเดินรถ 1 ขบวน

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีข่าวรถไฟหยุดวิ่งทั่วประเทศ
ได้มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามจำนวนมาก
และนำตั๋วโดยสารมาคืนแล้วบางส่วน
ซึ่งทางสถานียินดีคืนเงินให้หากประชาชนต้องการ
แต่ทั้งนี้ขอยืนยันว่าในช่วงเช้าของวันนี้ รถไฟสายอีสานยังคงวิ่งตามปกติ
แต่ช่วงบ่าย-ช่วงเย็นเป็นต้นไปคงมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งทางสถานีจะแจ้งให้ทราบ
อีกครั้ง เพราะมีพนักงานขับรถไฟได้ยื่นใบลาป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายบุญศรี กิ่งสุวรรณ อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ผู้โดยสาร
กล่าวว่า ตนพร้อมภรรยาและหลานชาย มาใช้บริการรถไฟฟรีเพื่อเดินทางไปยัง
จ.อุบลราชธานี โดยมารอขึ้นรถไฟตั้งแต่ 08.00 น.ทางสถานีแจ้งว่า
ไม่มั่นใจว่าจะมีรถไปที่อุบลฯ หรือไม่ และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ซึ่งตนจะรอจนถึงช่วง 11.00
น.ถ้าไม่มีรถจะเปลี่ยนไปนั่งรถโดยสารประจำทางแทน
เพราะทราบว่ามีการประท้วงกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร
ซึ่งได้ส่งผลกระทบทำให้ประชาชนลำบากและต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ทั้งที่วันนี้ตั้งใจมาใช้บริการรถไฟฟรีในการเดินทางฟรีเพื่อเก็บเงินไว้ใช้
จ่ายสิ่งที่จำเป็นด้านอื่น แต่ก็ต้องทำใจ

นายสาทร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย
สาขา นครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ (22 มิ.ย.) พนักงานขับรถไฟ และ
ช่างเครื่องยนต์ ได้พร้อมใจกันยื่นใบลาป่วยแล้วประมาณ 50 คน
จากจำนวนพนักงานกว่า 100 คน และทยอยยื่นใบลาป่วยเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
ฉะนั้นรถไฟจึงต้องหยุดวิ่งโดยปริยายเพราะไม่มีคนขับ

ทั้งนี้ เพื่อแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยต่อการปรับโครงสร้างการรถไฟ
ฯที่จะนำไปสู่การทำลายองค์กรของรัฐที่สมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5
ได้ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อประโยชน์แห่งชาติและประชาชน
ด้วยการนำเอาสมบัติชาติไปเป็นของนายทุนและเปิดช่องให้นักการเมืองโกงกินต่อ
ไปสุดท้ายก็กลับมาขูดรีดประชาชนในรูปของค่าโดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งทางสหภาพฯ ได้เรียกร้องคัดค้านมาโดยตลอดแต่ไม่ได้รับความสนใจ
จึงต้องมีมาตรการในการกดดันขั้นเด็ดขาด คาดว่า
ช่วงเย็นวันนี้รถไฟสายอีสานจะหยุดวิ่งโดยสิ้นเชิง
และอาจหยุดวิ่งอย่างน้อยประมาณ 2 วัน

"อย่าง ไรก็ตาม
ต้องขออภัยในความไม่สะดวกและทำให้ประชาชนเดือดร้อนบ้าง
แต่เนื่องจากทางสหภาพมีความจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติของ
ประเทศชาติ ผลประโยชน์ส่วนรวมและของประชาชนในระยะยาว" นายสาทร กล่าว

นายสาทร กล่าวต่อว่า การปรับโครงสร้างการรถไฟฯนั้น
ทางกระทรวงคมนาคม ไม่เคยสนใจมาพูดคุยกับทางสหภาพตามที่ตกลงกันไว้เลย
โดยเฉพาะข้อตกลงกับสหภาพฯ เมื่อ 3 เม.ย. 2550 ข้อ 18 ระบุว่า
"ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง องค์กรของการรถไฟฯ
ต้องทำความตกลงกับสหภาพแรงงานรถไฟฯก่อนทุกรณี" แต่การรถไฟฯ
กลับนำเสนอต่อรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติไปเมื่อวันที่ 3
มิ.ย.2552 โดยทางสหภาพไม่มีส่วนร่วม
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเหมือนมัดมือชกและมีการเตรียมการต่างๆ
ไว้ล่วงหน้าแล้ว

สำหรับข้อเรียกร้องของสหภาพที่ยืนยันมาโดยตลอด คือ
ให้รัฐบาลเข้ามาลงทุนในระบบราง สร้างทางคู่โดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน
ปรับปรุง รถจักร รถพ่วง (ล้อเลื่อน)
และแยกบัญชีโครงสร้างพื้นฐานกับการเดินรถเชิงสังคม
พร้อมปรับปรุงค่าเช่าจัดการผลประโยชน์ที่ดินเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่กว่า
36,000 ไร่ โดยเฉพาะการบุกรุกยึดครองที่ดินเขากระโดง ของนักการเมืองที่
จ.บุรีรัมย์ นั้น ต้องเอากลับมาเป็นของการรถไฟฯ และนำมาบริหารจัดการเอง
เช่น บ่อหินต้องนำมาใช้ในกิจการของการรถไฟฯ แต่กลับไม่ทำ เป็นต้น

รวมถึงรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนให้กับการรถไฟฯ
ในการบริการสังคม เช่น รถไฟฟรี, ตั๋วชั้น 3 ที่ทางการรถไฟฯ
เก็บต่ำกว่าที่กำหนด แต่รัฐบาลกลับโยนหนี้มาให้การรถไฟฯ แทน

นายสาทร กล่าวอีกว่า การปรับโครงสร้างการรถไฟฯ ครั้งนี้
จะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน ที่เห็นได้ชัดเจนคือ
ประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น
เพราะได้กำหนดไว้ในแผนฯอย่างชัดเจนในการปรับเพิ่มค่าโดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ
10 ในปีงบฯ 2553 ปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นร้อย 10 และ ปรับขึ้นอีกร้อยละ
10 ทุกๆ 3 ปี อีกทั้งเป็นประจักษ์แล้วว่า
ที่ผ่านมากิจการรัฐวิสาหกิจที่ถูกแปรรูปไปล้วนแต่มีราคาแพงขึ้นทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็น ปตท.และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย

"การ เคลื่อนไหวกดดันต่อไปของสหภาพ สาขานครราชสีมา นั้น
เราจะรอฟังท่าทีของสหภาพใหญ่ที่กรุงเทพฯ ก่อนว่าจะให้ดำเนินการอะไรต่อไป
จะมีการรวมตัวกันออกมาประท้วงหรือไม่นั้นก็เป็นอีกวิถีทางหนึ่งที่จะเพิ่ม
แรงกดดันต่อรัฐบาลมากขึ้นในอนาคตอันใกล้" นายสาทร กล่าว

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. นายสาทร เปิดเผยว่า
ขณะนี้รถไฟสายอีสานขาขึ้นจากกรุงเทพฯ สู่ปลายทางจังหวัดต่าง ๆ
ในภาคอีสานหยุดวิ่งรถไฟทุกขบวนแล้ว ยกเว้นขาล่องเข้ากรุงเทพฯ
มีเพียงบางขบวนที่พนักงานขับรถไฟมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ
จึงได้รับผู้โดยสารไปส่งยังปลายทางที่กรุงเทพฯ ด้วย แต่ในวันพรุ่งนี้ (23
มิ.ย.) รถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่องทุกขบวนจะหยุดวิ่งโดยสิ้นเชิง
เพื่อรอฟังท่าทีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และล่าสุดพนักงานขับรถ
และช่างเครื่อง รวมถึงช่างซ่อมหัวรถจักรและรถพ่วง
สังกัดสารวัตรแขวงรถจักรนครราชสีมา
ซึ่งดูแลภาคอีสานเกือบทั้งหมดได้ยื่นใบลาป่วยกว่า 200 คนแล้ว
จากทั้งหมดประมาณ 300 คน
อีกทั้งพนักงานการรถไฟทุกคนล้วนเห็นด้วยกับมติของสหภาพฯ
ในการดำเนินมาตรการหยุดเดินรถไฟทั่วประเทศ
เพื่อกดดันรัฐบาลในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000070396

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"วิทยา" ลงโคราชพบ จนท.สธ.ภาคอีสาน-เร่งผุด รพ.ตำบล 1,000 แห่ง/พบผู้ป่วยหวัด 2009 ต่อเนื่อง

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - "วิทยา แก้วภารดัย"
รมว.สธ.ลงพื้นที่โคราชมอบนโยบาย จนท.สาธารณสุข-อนามัย 19 จว.ภาคอีสาน
เดินหน้ายกฐานะสถานีอนามัยเป็นรพ.ตำบล 1,000 แห่งทั่วประเทศให้ทัน
ก.ย.นี้ เผยการระบาดไข้หวัด 2009 ยังพบต่อเนื่อง
คาดผู้ป่วยหวัดใหญ่ทั่วประเทศเพิ่มอีกเท่าตัวจากเดิมปีละ 9 แสนคน ตาย 300
คน เตือน ปชช.ไม่ต้องตกใจ ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เหมือนกับไข้หวัดประจำปี
สั่ง สสจ. ทุกจังหวัดโหมรณรงค์ให้ปชช.ดูแลสุขภาพ
ลดจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดให้มากที่สุด

วันนี้ (19 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายวิทยา แก้วภารดัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม " 95 ปี
สถานีอนามัย : ทศวรรษใหม่กับการเปลี่ยนแปลง"
พร้อมมอบนโยบายที่หอประชุมมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุลนครราชสีมา อ.เมือง
จ.นครราชสีมา โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย พยาบาล และ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากพื้นที่ 19
จังหวัดภาคอีสานเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้กว่า 500 คน

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า
ในวันนี้ได้มาพูดคุยทำความเข้าใจในนโยบายหลักของรัฐบาล คือ
การยกฐานะสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลตำบล ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพตำบล
โดยในปีนี้กระทรวงสาธารณมีเป้าหมายจะให้มีโรงพยาบาลตำบลจำนวน 1,000
แห่งทั่วประเทศภายในเดือน ก.ย.นี้ โดยกระจายให้ครบทุกอำเภอ
ซึ่งทั่วประเทศมีกว่า 800 อำเภอ มีงบประมาณสนับสนุนจาก สปสช.แห่งละ 2
แสนบาท และในปีหน้าจะมีงบประมาณจากรัฐบาลมาสนับสนุนอีกแห่งละ 1 ล้านบาท
ขณะนี้สถานีอนามัยบางแห่งเริ่มดำเนินการแล้ว
แต่จะกดปุ่มเปิดให้บริการพร้อมกันในเดือน ก.ย.นี้
ซึ่งจะเริ่มในสถานีอนามัยที่มีความพร้อมเท่านั้น


"การยกฐานะของสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลตำบลนั้น
ต้องมีพยาบาลประจำอยู่อย่างน้อย 3 คน
ฉะนั้นสถานีอนามัยที่พร้อมเท่านั้นจึงจะทำได้
หรือต้องเป็นสถานีอนามัยที่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ
ที่สามารถส่งพยาบาลจากโรงพยาบาลอำเภอไปช่วยงานได้" นายวิทยา กล่าว


นายวิทยา กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ในประเทศไทยซึ่งวันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 71 ราย รวมเป็น 589
ราย ว่า ขณะนี้กระทรวงฯ พยายามสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน
เพราะความรุนแรงของโรคใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นประจำปี
และช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ไข้หวัดใหญ่ประจำปีเริ่มมาแล้ว
การรักษาของโรงพยาบาลขณะนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แต่ที่ประชาชนเป็นกังวลเนื่องจากองค์การอนามัยโลกประกาศยกระดับการระบาดเป็น
ระดับสูงสุดคือระดับ6 จึงทำให้ประชาชนรู้สึกตกใจ
และในทางการแพทย์ก็พิสูจน์แล้วว่าไข้หวัดใหญ่ปกติและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 มีอันตรายเท่ากัน ปัญหาคือ
กระทรวงจะทำอย่างไรให้คนไทยเป็นหวัดน้อยที่สุด


ทั้งนี้ จากตัวเลขประชาชนชาวไทยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ประจำปี
แต่ละปีประมาณ 9 แสนคน นอนพักรักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 3.5 หมื่นคน
เสียชีวิตประมาณ 300 ราย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในปีนี้
มีไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดคาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว


"ทางกระทรวงได้มอบนโยบายไปยังสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทุกแห่ง
ว่า ทั้งปีจะโหมรณรงค์เรื่องการดูแลสุขภาพ
เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัด
และโรคแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ให้ได้มากที่สุด" นายวิทยา
กล่าว

นายวิทยา กล่าวต่อว่า
สำหรับการตรวจวินิจฉัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ต้องมีการปรับให้รวดเร็วมายิ่งขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมา
กว่าผลการตรวจจะออกคนไข้ก็หายป่วยและกลับบ้านไปแล้ว
ส่วนกรณีที่สถานพยาบาลเอกชนคิดค่าบริการในการตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 แพงนั้น ทางกระทรวงได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมโรงพยาบาลเอกชนว่าอย่าฉวยโอกาสซ้ำเติม
ความตกใจของประชาชน
และยาที่ฉีดให้ประชาชนล้วนแต่เป็นยาป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าทั้ง
นั้น เพราะสายพันธุ์ใหม่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ฉะนั้น
ประชาชนต้องระมัดระวังด้วย


ส่วนกรณีที่สำนักระบาดวิทยารายงานชื่อของโรงเรียนเด็กที่ติดเชื้อ
คลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดทางเว็บไซต์นั้น
ได้สั่งการให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแล้ว
โดยให้ตรวจสอบรายชื่อจากกระทรวงศึกษาธิการก่อนนำไปลงในเว็บไซต์
เพราะที่ผ่านมาผู้ลงข้อมูลในเว็บไซต์เป็นแพทย์อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญ
จึงทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ แต่เรื่องนี้ดำเนินการแก้ไขแล้ว


กรณีมีรายงานข่าวจากต่างประเทศ ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
นี้มีการกลายพันธุ์และรุนแรงมากขึ้นนั้น นายวิทยา กล่าวว่า
ขณะนี้รอการยืนยันจากทางองค์การอนามัยโลกอยู่
แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคมีการกลายพันธุ์ทุกปี แต่ยืนยันว่า
ยาทามิฟูรักษาโรคไข้หวัดใหญ่มีเพียงพอกับประชาชนชาวไทยแน่นอน

ส่วนตามสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดต่างๆ ได้ขอความร่วมมือ
หากพบผู้โดยสารป่วยเป็นไข้หวัดให้สวมหน้ากากอนามัย
เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนอื่นๆ

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000069410

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โคราชจัดเวทีชี้ "ประเทศไทยไปทางไหน"-ระดมช่วยครอบครัว "รุ่งทิวา" หญิงกล้า 7 ตุลาทมิฬ

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- โคราชจัดเสวนา "ประเทศไทยจะไปทางไหน"
ระดมวิทยากรชื่อดังและประชาชนร่วม ชี้ทิศทางประเทศ
พร้อมนำรายได้ช่วยเหลือครอบครัว "รุ่งทิวา ธาตุนิยม"
วีรสตรีนักรบมือตบพันธมิตรฯกู้ชาติ เหยื่อเจ็บสาหัส 7 ตุลาทมิฬ ด้าน
"ไชยวัฒน์" ท้า กกต.ฟ้องกลับได้หากเห็นว่าการแจ้งจับละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง
เหน็บจะได้รู้ว่าประชาชนทำอะไรได้บ้างในสังคมประชาธิปไตย
เผยต้านการแปรรูปการรถไฟฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ (14 มิ.ย.) ตั้งแต่เวลา
13.00-18.00 น.ที่โรงแรมดิไอยรา อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตย, สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย
จ.นครราชสีมา และ องค์กรเครือข่ายร่วมกันจัดงานเสวนา
"ประเทศไทยจะไปทางไหน" โดยมี วิทยากรชื่อดังเข้าร่วมคับคั่ง เช่น
นายไพศาล พืชมงคล อดีต สนช., พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์, นายไชยวัฒน์
สินสุวงศ์ และ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ร่วมบรรยายพิเศษ
สลับกับการแสดงดนตรีของศิลปินกู้ชาติ เช่น จุ๋ม ด่านเกวียน, หรั่ง
ร็อคเคสตร้า และ กำปั่น บ้านแท่น ศิลปินเพลงโคราช
ได้รับความสนใจจากเครือข่ายพันธมิตรฯจากจังหวัดต่างๆ
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
โดยจำหน่ายบัตรเข้างานในราคา ใบละ 50 บาท

ทั้งนี้ เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่ครอบครัวของ นางรุ่งทิวา
ธาตุนิยม พันธมิตรฯหญิงยอดนักสู้ กู้ชาติชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา 7
ต.ค.2551 หรือ 7 ตุลาทมิฬ และขณะนี้ยังนอนพักรักษาตัวอยู่

โดยกิจกรรมบนเวทีเริ่มต้นด้วยการแสดงดนตรีของศิลปิน ของ จุ๋ม
ด่านเกวียน, หรั่ง ร็อคเคสตร้า และ การปราศรัยของ นายไพศาล พืชมงคล อดีต
สนช.เรื่อง "วิกฤตชาติสิ้นสุดหรือ ?", พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ เรื่อง
"ทางรอดประเทศไทยท่ามกลางวิกฤต", นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ร่วมกันเสวนา เรื่อง
"บทเรียนและก้าวต่อไปของภาคประชาชน" รวมทั้ง ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี
ประธานภาคีมวลชนคนโคราชฯ และ เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า การจัดเสวนาครั้งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลโดยการนำของพรรคประ
ชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่แถลงต่อรัฐสภาว่าจะทำให้กับประเทศนั้น
ทำได้จริงหรือไม่ เพราะพวกเรารู้สึกสับสนกับการแถลงของรัฐบาลพรรคปชป.
และไม่สบายใจเพราะคิดว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่แถลงไว้เลย
แม้แต่การเปิดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แนวทางการปฏิบัติ 9 ข้อ ก็ไม่เห็นทำได้จริงสักข้อ
ฉะนั้นวันนี้ (14 มิ.ย.) จึงเปิดเวทีให้ประชาชนมาร่วมกันคิดร่วมกันสรุป
และเสนอว่าอยากจะให้ประเทศไทยเป็นไปในทิศทางใด

"การจัดการเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคีมวลชนคนโคราชฯ
ร่วมกับสมัชชาประชาชนฯ และองค์กรเครือข่ายจัดขึ้น
เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบช่วยเหลือ ครอบครัวของ นางรุ่งทิวา ธาตุนิยม
ชาว อ.ปากช่อง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม 7 ต.ค.
2551 และรายได้อีกส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชฯ
และสมัชชาประชาชนฯ เพื่อทำงานภาคประชาชนต่อไป" นายไชยวัฒน์ กล่าว

นายไชยวัฒน์
กล่าวถึงการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญามาตรา 157
กรณีไม่ดำเนินการเอาผิด พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย
กับการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร ที่ไม่ถูกต้อง ว่า
เป็นการแจ้งความร้องทุกข์ ในฐานะประชาชนเจ้าของประชาธิปไตย
ไม่ได้เป็นคู่กรณีกับ กกต.รวมทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ นายเนวิน
ชิดชอบ แต่ต้องการผลักดันกลไกแห่งรัฐให้รับผิดชอบและดำเนินการตามกฎหมาย
แต่หากใครมีความคิดเห็นว่าเรื่องที่นำไปร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวเป็น
เรื่องที่ไม่จริง จะฟ้องกลับหรือแจ้งความดำเนินคดีกับพวกเราก็พร้อมรับ
ไม่มีปัญหาอะไร และเรื่องนี้จะได้เป็นบรรทัดฐานว่าประชาชนในฐานะของประชาธิปไตยทำอะไรได้
บ้าง

"ตอนที่เราร่วมต่อสู้กับพันธมิตรฯ
ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏของแผ่นดินและถูกจับตัวไป ก็เคยถูกกระทำมาแล้ว
ไม่เห็นเป็นไรหากครั้งนี้จะถูกกล่าวหาเช่นนั้นอีกก็ไม่เห็นเป็นอะไร
จะได้พิสูจน์กันต่อไปว่าประชาชนในประเทศทำอะไรไม่ได้เลยหรืออย่างไร
และการที่สมัชชาประชาชนฯ ออกมาดำเนินการเรื่องนี้ก็มีคนเห็นด้วยกว่า 90%
มีเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยและหาว่าทำเพื่ออยากดัง
จึงต้องขอบอกว่าตัวเองดังมาพอแล้ว ไม่อยากดังอีก
เรื่องดังนี้ถ้าดังในเมืองไทยอย่าดังซะดีกว่าแต่นี่เป็นความจำเป็น
พวกเราทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง เห็นอะไรที่เป็นภัยต่อความมั่นคง
ต่อชาติบ้านเมือง และทำให้เกิดความปั่นป่วนแล้ว เราจะเพิกเฉยได้อย่างไร"
นายไชยวัฒน์ กล่าว

นายไชยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่ผ่านมติ ครม.เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นั้น
พวกเราก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง รวมทั้งการซื้อหรือเช่ารถเมล์เอ็นจีวี
4,000 คัน ของ ขสมก.ด้วย ดังนั้น วันนี้อยากบอก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี ว่า ท่านรูปหล่อจริง ประชาชนเชื่อท่านว่ารูปหล่อ
แต่หากทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ
รูปหล่อก็จะกลายเป็นรูปที่น่าเกลียดได้เช่นกัน
เพราะความรู้สึกคนจะสวยจะหล่อมันอยู่ที่ใจ ดูด้วยใจไม่ชอบ
กันดูยังไงก็ไม่หล่อ แต่ถ้าชอบกันดูยังไงก็หล่อ
จึงอยากจะฝากนายกไว้ด้วยเรื่องนี้


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000067161

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ครูโคราชสุดทนม็อบบุกสพท.- ขับไล่ผอ.โรงเรียนลุแก่อำนาจ

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ครูโคราชสุดทนรวมตัวพร้อมชาวบ้านบุกสพท. เขต 1
ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเรียกร้องให้ย้ายผอ.ร.ร.ไตรมิตรวิทยาออกนอก
พื้นที่ด่วน แฉลุแก่อำนาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะเป็นผู้บริหารสถานศึกษา
ขู่หากไม่ย้ายผอ. ครูจะขอย้ายตัวเองออกจากโรงเรียนทั้งหมดแทน ด้านรอง
ผอ.สพท.1 รับปากนำเรื่องเข้าที่ประชุมรู้ผลใน 1 สัปดาห์

ช่วงบ่ายวันนี้( 12 มิ.ย.) ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)
นครราชสีมา เขต 1 อ.เมือง จ.นคราชสีมา ได้มีคณาจารย์และครูอัตราจ้าง
โรงเรียนไตรมิตรวิทยา พร้อมชาวบ้าน ต.ลำมูล อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กว่า
20 คน นำโดย นายสมศักดิ์ กรอบสูงเนิน อาจารย์ชำนาญการ และ นายเสวียง
อินทรมะดัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรวิทยา เดินทางเข้าพบ
ผู้อำนวยการ สพท.นครราชสีมา เขต 1 เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม
พร้อมเรียกร้องให้ย้า ยนายวิรัช กลิ่นพะยอม
ผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรวิทยาออกนอกพื้นที่โดยด่วน
เนื่องจากมีประพฤติตัวไม่เหมาะสม ชอบใช้อำนาจข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชา และ
ด่าทอด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ไม่มีความเหมาะสมกับการเป็นผู้บริหารสถานศึกษา

นายเสวียง อินทรมะดัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรวิทยา
กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง
แต่เป็นเพราะพวกเราทนต่อพฤติกรรมของ นายวิรัช ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ
ไม่ไหวต่อไปแล้ว เนื่องจากนายวิรัช
ทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ชอบใช้อำนาจเผด็จการ
เอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก ไม่มีความเมตตาปราณีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
ใช้คำด่าทอหยาบคาย เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง

"พวกเราครูประจำและครูอัตราจ้างของโรงเรียนทั้งหมด 19 คน
ที่รับผิดชอบสอนเด็กกว่า 200 คน ไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว
จึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรม และต้องการให้ย้ายนายวิรัช กลิ่นพะยอม
ผู้อำนวยการโรงเรียนออกนอกพื้นที่ทันที
หากผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษายังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องทางคณะครูจะทำ
หนังสือขอย้ายตัวเองออกจากโรงเรียนทั้หงมดเอง
เพราะจะไม่ทนอยู่กับคนบ้าอำนาจอีกต่อไป" นายเสวียง กล่าว

ด้าน นายกิตติ บุญเชิด รอง ผอ.สพท.นครราชสีมา เขต 1
ซึ่งเดินทางลงมารับข้อร้องเรียนจากกลุ่มครู กล่าวว่า
จะนำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการของสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษานครราชสีมา เขต 1
คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงจะทราบผลการสอบสวนข้อเท็จจริง
ส่วนข้อเรียกร้องให้ย้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรวิทยา นั้น
ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าว

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคลงโคราชสั่งจับตา พท.อีสานเสี่ยงหวัด 2009/ยันยังไม่ระบาด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มิถุนายน 2552 19:22 น.
นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกรียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- รองอธิบดีกรมควบคุมโรค รุดลงโคราช
สั่งจับตาพื้นที่อีสานเสี่ยงระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั้ง
แหล่งท่องเที่ยว-โรงเรียน-สถานบันเทิง และกลุ่มชาวต่างชาติเขยอีสาน
ย้ำเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เขาใหญ่-ปากช่อง โคราช ที่มีนักท่องเที่ยวไทย-เทศ
เดินทางมาเที่ยวจำนวนมาก เผย อีสานยังไม่พบการระบาดแต่อย่างใด เตือน
ปชช.อย่าตื่นตระหนกเกินเหตุ แนะดูแลสุขภาพให้แข็งแรงป้องกันการติดเชื้อ

วันนี้ (12 มิ.ย.) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกรียรติกุล
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยขณะเดินทางมานิเทศติดตาม
และประเมินผลกรมควบคุมโรค ปีงบประมาณ 2552
ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 (สคร.5) จังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง
จ.นครราชสีมา ว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 28
เม.ย.2552 ถึงขณะนี้ สำนักระบาดวิทยา
กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งมีผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยแล้ว 729 ราย
โดยมีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 47
ราย

ขณะนี้พบมีการแพร่ระบาดที่จ.ชลบุรี โดยมีผู้ป่วยติดเชื้อแล้วจำนวน
19 ราย และ ที่กรุงเทพฯ มีการแพร่เชื้อเข้าไปยังสถานศึกษา
และโรงเรียนกวดวิชา

สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน
โดยภาพรวมยังไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้แต่อย่างใด
แต่ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคไม่ได้นิ่งนอนใจ
ได้สั่งการไปยังสำนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ต่างๆ
ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายสำคัญทั้งสถานศึกษา สถานบันเทิง
และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มเสี่ยง เช่น ชาวต่างชาติ
ที่เดินทางกลับไปต่างประเทศและเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย
หรือผู้ที่เดินทางไปศึกษาดูงานหรือไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศและกลับมาเยี่ยม
บ้าน ซึ่งได้ขอความร่วมมือไปยังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังติดตามดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากในพื้นที่ภาคอีสาน
เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่จะต้องเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ
และช่วงนี้มีการจัดเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวงามที่ จ.ชัยภูมิ
เช่นเดียวกับกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาแต่งงานกับผู้หญิงไทย
จะต้องเฝ้าติดตามดูเช่นกัน แม้ว่าจะมีการตรวจร่างกายชาวต่างชาติ
หรือผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศด้วยเครื่อง Thermo scan
ที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วก็ตาม
แต่ในระดับพื้นที่ก็ต้องมีมาตรการในการการตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากรายงานของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา
ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย ชัยภูมิ,
นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ยังไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เกิดขึ้นในพื้นที่
แต่ได้วางมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นแล้ว

"อย่างไรก็ตาม
อยากฝากเตือนประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่เกิดขึ้น
เพราะไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่อยู่กับสังคมไทยมานานแล้ว
เพียงแต่ชนิดนี้เป็นชนิดใหม่ ซึ่งไม่ติดกันง่าย หากมีการป้องกันที่ดี
ทำให้ร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและรับประทานอาหารให้ครบ 5
หมู่ ก็สามารถป้องกันไม่ให้ติดเชื้อได้" นพ.ประพนธ์ กล่าว

ตร.มึนตึ้บ! รถเมล์"ขสมก."ถูกขโมยจากกรุง โผล่วัดกลางเมืองโคราช

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา-ตำรวจมึนตึ๊บ! รถเมล์ ขสมก.สาย 24 ติดป้าย
"รถเมล์ฟรี จากภาษีของประชาชน"
ถูกขโมยนำไปจอดทิ้งไว้ที่วัดกลางเมืองย่าโม ขณะชาวบ้านจัดงานศพ
เร่งประสาน สน.บางซื่อ
เจ้าของท้องที่เกิดเหตุมารับรถของกลางไปตรวจสอบติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป

วันนี้ (11 มิ.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.ท.อภินันท์ ปลื้มมะลัง
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า
มีผู้นำรถเมล์ ขสมก. สาย 24 มาจอดทิ้งไว้หน้าโบสถ์ภายในวัดศาลาลอย
อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงนำกำลังตรวจสอบ พบรถเมล์ ขสมก. สาย 24
หมายเลขทะเบียน Thailand 12-0085 กรุงเทพฯ หมายเลขข้างรถ 8-50206
ยี่ห้ออีซูซุ สีส้มคาดเขียว ติดข้อความด้านหน้าและด้านหลังว่า "รถเมล์ฟรี
จากภาษีของประชาชน" จอดทิ้งไว้ และไม่พบคนขับ
ซึ่งเป็นรถเมล์คันเดียวกันกับที่มีการแจ้งความรถหายไว้ที่ สน.บางซื่อ
กรุงเทพฯ เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้

ทั้งนี้จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา
เบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันนี้ (11 มิ.ย.)
ได้มีงานฌาปนกิจศพ ภายในวัดศาลาลอย และมีชาวบ้านเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก
จากนั้นมีคนขับรถเมล์คันดังกล่าวมาจอดไว้หน้าโบสถ์ วัดศาลาลอย
ชาวบ้านที่มาร่วมงานคิดว่าเป็นญาติของผู้ตายเหมารถคันดังกล่าวมาร่วมงานศพ
จึงไม่มีใครสนใจว่า ใครเป็นคนขับมา กระทั่งงานศพเสร็จแล้ว
แต่รถเมล์คันดังกล่าวยังจอดไว้ที่เดิม และหาตัวคนขับไม่พบ
จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบดังกล่าว

พ.ต.ท.อภินันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยัง สน.บางซื่อ
พื้นที่เกิดเหตุที่รับแจ้งรถเมล์คันดังกล่าวหายแล้ว
โดยจากการตรวจสอบสภาพรถเมล์เบื้องต้นมีเพียงกันชนด้านหน้าซ้ายยุบเสียหาย
เล็กน้อย ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นรอยยุบเดิมที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ส่วนอื่น ๆ
ทั้งภายในและภายนอกตัวรถ ยังไม่มีอะไรเสียหาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สน.บางซื่อ กำลังเดินทางมารับรถเมล์ของกลางกลับไปตรวจสอบที่ สน.บางซื่อ
กรุงเทพฯ

สำหรับการสอบสวนหาตัวคนร้ายที่ขโมยรถเมล์คันดังกล่าวมา
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
สภ.เมืองนครราชสีมาได้ลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำประชาชนที่พบเห็นรถเมล์
ในช่วงที่คนร้ายนำมาจอดซึ่งคาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000066152