ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ภาวะลงทุนอีสานครึ่งปีแรกสวนวิกฤต
แห่ยื่นขอส่งเสริมจากบีโอไอ ทะลุ 20,300 ล้าน
เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 38% บีโอไอไฟเขียวส่งเสริมลงทุนแล้ว
33 โครงการ 5,424 ล้าน กระจุกโคราช 2,253 ล้าน เผยอุตฯ
พลังงานทดแทนโตต่อเนื่องทะลักยื่นขอส่งเสริมลงทุนกว่า 13,000 ล้าน
ชี้กิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม-แสงอาทิตย์พร้อมพาเหรดเข้าอีสานเต็มที่
แย้มบิ๊กโปรเจกต์เตรียมผุดรง.ผลิตไฟฟ้าพลังงานลม 11,000 ล้านที่โคราช
นายสุวิชช์ ฉั่ววิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2
นครราชสีมา คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
เปิดเผยถึงภาวะส่งเสริมการลงทุนภาคอีสานครึ่งปีแรก(ม.ค.- มิ.ย.) ปี 2552
ว่า ตัวเลขการลงทุนช่วง 6
เดือนแรกที่ผ่านมามีโครงการยื่นคำขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ รวม 57
โครงการ เงินลงทุน 20,306 ล้านบาท จะเกิดการจ้างงานราว 7,000 คน
ในจำนวนนี้ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 33 โครงการ
เงินลงทุน 5,424 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 5,652 คน
ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่นครราชสีมาจังหวัดใหญ่ของภาคอีสานรวม 11
โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 2,253 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2,587 คน
จึงยังมีโครงการรอพิจารณาการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไออีกจำนวน 24
โครงการ เงินลงทุน 14,882 ล้านบาท การจ้างงาน 1,318 คน
อุตฯพลังงานทดแทนทะลัก 13,000 ล้าน
นายสุวิชช์ กล่าวต่อว่า เมื่อแยกเป็นรายประเภทอุตสาหกรรมแล้วพบว่า
อุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป รวมทั้งชิ้นส่วนโลหะและยานยนต์
พลังงานทดแทนในภาคอีสานยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะพลังงานทดแทน 6 เดือนที่ผ่านมามีโครงการยื่นขอส่งเสริมรวมกว่า
13,000 ล้านบาท และ เป็นที่น่าจับตามมากคือ การผลิตไฟฟ้าพลังงานจากลม และ
แสงอาทิตย์ ซึ่งพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนปักฐานในภาคอีสานอย่างเต็มที่
ดังรายละเอียดเรียงตามลำดับดังนี้
อันดับที่ 1 เป็นอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค
ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน รวม 8 โครงการ เงินลงทุน 3,004 ล้านบาท
การจ้างงาน 288 คน ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล 4 โครงการ
กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กิจการเขตอุตสาหกรรม
และกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายไดน้อยถึงปานกลาง อย่างละ 1 โครงการ
โดยโครงการตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา ,อุบลราชธานี ,อำนาจเจริญ , มหาสารคาม
,ขอนแก่น ,ร้อยเอ็ด และ ชัยภูมิ แยกเป็นกิจการผลิตพลังงานทดแทน
ประกอบด้วย
1.1. อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ได้แก่ โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก
(Bio-Mass) ยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 11 โครงการ เงินลงทุนรวม 3,892
ล้านบาท ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน จำนวน 4 โครงการ เงินลงทุน 1,806
ล้านบาท ได้แก่ บริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม
27,000 กิโลวัตต์ เงินลงทุนรวม 1,470 ล้านบาท ที่ตั้ง จ.อุบลราชธานี ,
อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด และ บริษัท ภูเขียว ไบโอเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด
กำลังการผลิต 11,400 กิโลวัตต์ เงินลงทุน 336 ล้านบาท ที่ตั้ง จ.ชัยภูมิ
1.2.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่
จ.นครราชสีมา ของ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 6,000
กิโลวัตต์ เงินลงทุน 850 ล้านบาท
ซึ่งพลังงานชนิดนี้นับว่าเป็นพลังงานที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด
พลังงานหนึ่ง เพราะไทยมีศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ค่อนข้างสูง
และนักลงทุนต่างให้ความสำคัญในกิจการประเภทนี้มาก
หากมีการใช้มากขึ้นจะมีผลทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในประเทศอย่างต่อ
เนื่อง
1.3.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ของบริษัท พรีเมียร์
ไบโอเอ็นเนอร์จี จำกัด กำลังการผลิต 1,000 กิโลวัตต์ เงินลงทุน 40
ล้านบาทที่ตั้ง จ.มุกดาหาร
"สำหรับโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม
มีโครงการรอพิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มูลค่ากว่า 11,000
ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 156,000 กิโลวัตต์ ที่ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา "
นายสุวิชช์ กล่าว
นายสุวิชช์ กล่าวต่อว่า ส่วนอันดับที่ 2 คือ
อุตสาหกรรมเกษตรและผลผลิตทางการเกษตร ได้รับส่งเสริมการลงทุนรวม 13
โครงการ เงินลงทุน 829 ล้านบาท การจ้างงาน 623 คน ได้แก่
กิจการผลิตยางผสม 2 โครงการ กำลังการผลิต 43,600 ตัน/ปี ,
กิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งอาหาร 2 โครงการ ,กิจการเลี้ยงสัตว์(ไก่เนื้อ)-
กิจการเลี้ยงสัตว์(ไก่ไข่) 3 โครงการ ,
กิจการผลิตอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน , กิจการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ,
กิจการบรรจุผักและผลไม้ กิจการคัดคุณภาพข้าว , กิจการเพาะปลูกพืชด้วยระบบ
Hydroponics ,
กิจการผลิตน้ำยางข้น อย่างละ 1 โครงการ โดยที่โครงการตั้งอยู่
จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม หนองคาย
และสกลนคร
รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง
รวม 3 โครงการ เงินลงทุน 673 ล้านบาท การจ้างงาน 96 คน ได้แก่
กิจการผลิตเบรกรถยนต์ กิจการผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมที่ใช้สำหรับยานยนต์
2 โครงการ โครงการทั้งหมด ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา
อุตสาหกรรมเบา รวม 3 โครงการ เงินลงทุน 573 ล้านบาท การจ้างงาน
3,902 คน ได้แก่ กิจการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 2 โครงการ
กิจการผลิตกระเป๋าหรือชิ้นส่วน โครงการตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา ขอนแก่น
หนองบัวลำภู
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 4 โครงการ
เงินลงทุน 245 ล้านบาท การจ้างงาน 601 คน ได้แก่ กิจการผลิตซอฟต์แวร์ 2
โครงการ กิจการผลิตชิ้นส่วนของ PICK UP UNIT
กิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างละ 1 โครงการ
โดยโครงการตั้งอยู่ที่ จ.อุดรธานี นครราชสีมา และขอนแก่น
และสุดท้าย อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก รวม 2 โครงการ
เงินลงทุน 100 ล้านบาท การจ้างงาน 142 คน ได้แก่
กิจการผลิตกระสอบพลาสติกสาน กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก ท่อพีวีซี
โครงการตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา และ อุดรธานี
นักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นอีสาน
นายสุวิชช์ กล่าวต่อว่า ทางด้านตัวเลขสัดส่วนการลงทุน
นั้นส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการลงทุนโดยหุ้นไทยทั้งสิ้น คิดเป็นร้อยละ 61
ที่เหลือร้อยละ 36 เป็นโครงการร่วมหุ้นระหว่างไทยกับต่างชาติ ได้แก่
สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน ฝรั่งเศส
อิตาลี และ ร้อยละ 3 ลงทุนโดยต่างชาติทั้งสิ้น ได้แก่ เดนมาร์ก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยังเชื่อมั่นต่อประเทศไทยและภาคอีสาน
นั้นมาจากความเชื่อมั่นในด้านความต้องการของตลาดต่างประเทศ
แนวนโยบายการปรับปรุงเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนของไทยในกิจการประเภทต่างๆ
เพื่ออำนวยความสะดวกการเข้ามาลงทุนในไทยโดยเฉพาะความพร้อมในการรองรับการลง
ทุน
ล่าสุด ตัวเลขส่งเสริมการลงทุนภาคอีสานเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 2 โครงการ เงินลงทุน 86
ล้านบาท การจ้างงาน 60 คน ได้แก่ โครงการผลิตยางผสม (Compound Rubber)
ของบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด เงินลงทุน 60 ล้านบาท
มีกำลังผลิต33,600 ตัน/ปี การจ้างงาน 40 คน ที่ตั้ง จ.บุรีรัมย์ และ
โครงการผลิตน้ำยางข้น (Concentrated Latex) ของบริษัท ไทยฮั้วยางพารา
จำกัด (มหาชน) เงินลงทุน 25.7 ล้านบาท มีกำลัง 7,200 ตัน/ปี
เป็นการร่วมหุ้นไทยกับต่างชาติ (จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไอร์แลนด์)
เกิดการจ้างงาน 20 คน ที่ตั้ง จ.สกลนคร
" สำหรับแนวโน้มภาวะการลงทุนภาคอีสานอีก 6 เดือนที่เหลือในปีนี้
อุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป ชิ้นส่วนโลหะและยานยนต์ และ พลังงานทดแทน
จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ อุตฯ พลังงานทดแทน
ภาคอีสานถือได้ว่ามีศักยภาพพร้อมรับการลงทุนสูง
เห็นได้จากมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมแล้วรวมกว่า 13,000 ล้านบาท
อีกทั้งภาพรวม 6 เดือนแรกปีนี้มีตัวเลขยื่นขอรับการส่งเสริมถึง 20,300
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 38 โดยปี 2551
ยื่นขอรับการส่งเสริมเงินลงทุน 12,600 ล้านบาท
ซึ่งเป็นดัชนีสัญญาณเศรษฐกิจและการลงทุนที่ดีของภูมิภาคนี้
ที่จะยังเติบโตต่อไป" นายสุวิชช์ กล่าว